แย้ง แต่มันลอบสั่นศีรษะห้ามปราม ส่งสัญญานให้ผู้เป็นน้องชายอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวรอจนทุกคนสงบปากสงบคำอย่างอับจนปัญญา ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี เถียนหย่งชิงค่อยแย้มยิ้มเล็กน้อย กล่าวช้าๆ ว่า “เรื่องนี้จะว่ายากก็ยาก แต่จะว่าง่ายก็ง่าย”ทุกผู้คนถูกดึงดูดความสนใจทันที หันมองมาเป็นตาเดียว“พี่เถียนมีหนทางใด?” เถ้าแก่ผู้หนึ่งทำท่าเรียนถามเถียนหย่งชิงก็ไม่อมพะนำ “ซึ่งความจริง กล่าวถึงพลังอำนาจอาศัยเพียงเกาะเต่ายังไม่ถึงขั้นต้องให้พวกเราทั้งหมดสิ้นเปลืองกำลังความคิดมากไป ไม่ต้องกล่าวถึงอื่นใด ลำพังตระกูลเถียนของข้า ก็เพียงพอจะทำลายพวกมันจนสิ้นซาก!”เถียนหย่งชิงกล่าวด้วยสุ้มเสียงราบเรียบแผ่วเบา แต่กลับแผ่ซ่านกลิ่นอายเย่อหยิ่งอหังการออกมาเต็มที่ทุกผู้คนสะท้านใจอย่างพร้อมเพรียงสีหน้าท่าทีของพวกมันไหนเลยจะรอดพ้นไปจากสายตาของเถียนหย่งชิง ในใจลอบยิ้มเยาะอย่างเย็นชา แต่ภายนอกย่อมไม่เปิดเผยออกมา “อย่างไรก็ตาม เมืองซวีหลิงเป็นสถานที่ที่พวกเราทุกคนทำการค้าร่วมกัน การต่อสู้เข่นฆ่ามิใช่สิ่งที่ดี น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับกุศลเจตนาของพวกเรา อาจบางทีพวกเกาะเต่าอาจคิดว่าพวกมันแข็งแกร่ง และคิดว่าพวกเราเกรงกลัวพวกมัน”กล่าวถึงตรงนี้ ทุกคนสีหน้าผ่อนคลายลง พากันผงกศีรษะเห็นพ้อง“ใช่แล้ว! นี่มิใช่สมควรสั่งสอนพวกมันเสียบ้างหรือ?” เถ้าแก่ผู้หนึ่งเอ่ยปากสอดคำเถียนหย่งชิงเมินเฉยต่อคนที่ขัดจังหวะนั้น ยังคงกล่าวสืบต่อ“คนกลุ่ม