นี้มียอดยุทธ์หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือเซียนกระบี่ด่านจินตันที่เถ้าแก่สวี่กล่าวถึง เรียกว่าเหวย คนผู้นี้ฝีมือไม่ตํ่าทราม”กล่าวถึงตรงนี้ เถียนหย่งชิงเสียงดังขึ้นอย่างฉับพลัน “แต่ทว่า…”ทุกผู้คนลอบตื่นตัว พวกมันทราบว่าจุดสำคัญกำลังจะมาแล้ว!“หรือว่าพวกเราจะเพียงแค่ยืนดูพวกมันอาละวาดอยู่ในบ้านของเรา? ยอมกลํ้ากลืนฝืนทนต่อพฤติการณ์ไม่ไว้หน้าผู้ใดของพวกมัน? ยอดยุทธ์? ยอดยุทธ์เช่นนั้นหรือ!” เถียนหย่งชิงกระแทกเสียงด้วยอารมณ์ “พวกมันเป็นยอดยุทธ์แล้วจะเป็นไร? ยอดยุทธ์ที่เย่อหยิ่งโอหังถึงเพียงนี้ ข้ากลับไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน! ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันมียอดยุทธ์ หรือพวกเราไม่มียอดยุทธ์? เถ้าแก่ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ ผู้ใดไม่ชุบเลี้ยงยอดยุทธ์ไว้สักคนสองคนบ้าง?เมืองซวีหลิงเรากลายเป็นถูกปกครองด้วยจินตันไม่กี่คนไปตั้งแต่เมื่อใด?”ถ้อยคำเหล่านี้คล้ายหวดฟาดเข้าไปกลางใจบรรดาเถ้าแก่ในห้อง ใช่แล้ว พวกมันมียอดยุทธ์แล้วจะเป็นไร? ต่อให้พวกเจ้าเป็นมังกรเข้มแข็ง ยังต้องยอมศิโรราบต่อหน้าเรา! ก่อนหน้านี้ยังมิใช่มียอดยุทธ์มากมายเข้ามายังเมืองซวีหลิงหรือ แต่สุดท้ายเมื่อเข้ามาในเมือง พวกมันยังมิใช่กลายเป็นเรียบๆ ร้อยๆ ไปหรือเถียนหย่งชิงทันใดนั้นหันไปทางหนึ่ง “เถ้าแก่สวี่ ฟังว่าท่านมีสัมพันธ์อันดีกับหนิงอี้ใช่หรือไม่?”เท่านั้นเอง เถ้าแก่สวี่คล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นสายตาทุกคู่ล้วนมองมาที่มัน อดรู้สึกภาคภูมิใจไม่