วกเจ้าต้องตกอยู่ในสภาพน่าคลั่งใจตาย แม้มีพลังปราณเท่าใดก็ยังคงไม่พอใช้… …”หลังจากลอบรับฟังชั่วระยะสั้นๆ เถียนจงโจวใบหน้าทอแววตื่นตระหนกห้องเรียนของพวกมันเองก็สอนเคล็ดเมฆฝนหล่นรินเช่นกันแต่ก็เพียงแค่สอนความรู้พื้นฐานซึ่งธรรมดาสามัญที่สุดเท่านั้นสำหรับการเปลี่ยนแปลงขั้นสูง จะได้รับอนุญาตให้รํ่าเรียนก็ต่อเมื่อศิษย์เหล่านั้นเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเถียนแล้ว หลายส่วนซึ่งเต็มไปด้วยความอัศจรรย์พันลึกที่คนผู้นี้กล่าวออกมา เป็นสิ่งที่กระทั่งเถียนจงโจวยังรู้สึกว่าน่าตื่นตาตื่นใจ เพียงรับฟังช่วงระยะสั้นๆ เช่นนี้ มันยังรู้สึกว่าได้เรียนรู้มากมาย!ทว่ามันมิได้ยินดีปรีดา แต่กลับรู้สึกว่าเหลือเชื่อ!มันไม่ได้ประหลาดใจในระดับความรู้ความเข้าใจอันลึกลํ้าที่คนผู้นี้มีต่อเวทวิชา แต่ประหลาดใจจนแทบเชื่อไม่ลง ที่คนผู้นี้กลับนำเนื้อความอันละเอียดลึกซึ้งเช่นนี้มาเผยแพร่ต่อสาธารณชน!คนผู้นี้ใช่เสียสติไปแล้วหรือไม่?มันใช่รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังสอนถึงเรื่องอันใด? มันทราบหรือไม่ว่าสิ่งที่มันกำลังพรํ่าสาธยายอยู่นี้ ไม่ว่าสำนักใดก็ล้วนแล้วแต่ต้องเก็บงำไว้เป็นความลับ!หากมันเพียงถ่ายทอดให้แก่คนไม่กี่คนคงไม่มีผู้ใดสนใจ! แต่การสอนสั่งในห้องเรียนที่เปิดกว้างเช่นนี้ กลับถ่ายทอดเวทวิชาและเคล็ดลับระดับสูง นี่มีเพียงผลลัพธ์เดียว ล่วงเกินทุกสำนักอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา!ไฉนสำนักต่างๆ จึงเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจอิทธิพลเล่า? ก็มิใช่เ