บดับสองของเมืองซวีหลิง”“อ้อ เช่นนั้นผู้ใดเป็นอันดับหนึ่ง?”“ย่อมต้องเป็นกองพันซวีหลิงของพรรคซวีหลิง”“อา นั่นก็ใช่แล้ว ข้าหลงลืมพรรคซวีหลิงไปเสียได้” เลี่ยวฉีชางพยักหน้า จากนั้นกำชับว่า “ในช่วงนี้อย่าได้ใกล้ชิดทางใดมากเกินไป พวกเราจะสังเกตการณ์จากด้านข้างเท่านั้น”“มีเหตุผล!”
“นายน้อยของศาลาเมฆากับสวีเจิ้งเวยไปเยือนเกาะเต่า” เถียนเหิงปอเข้ามารายงานอย่างตื่นเต้น“อ้อ” เถียนหย่งชิงไม่ได้หยุดมือจากสิ่งที่กำลังทำ กล่าวโดยไม่เงยหน้าขึ้น “นั่นไม่แปลกอันใด ไม่ใช่กล่าวกันว่าผู้ดูแลร้านของศาลาเมฆาตาตํ่าหรอกหรือ เลี่ยวฉีชางแน่นอนว่าต้องไปอธิบายสักคำ มันเป็นพ่อค้าที่แท้จริงผู้หนึ่ง”“พวกเราสมควรไปสอบถามมันหรือไม่?” เถียนเหิงปอกล่าว“ถามอันใด?”“เราไม่ทราบสิ่งใดเลย พวกมันเมื่อขึ้นไปบนเกาะ สมควรต้องสืบทราบเรื่องราวมากมาย” เถียนเหิงปอกล่าวอย่างไม่มั่นใจนัก“พวกมันแม้ขึ้นไปบนเกาะ แต่อาจจะไม่ล่วงรู้อะไรเลยก็เป็นได้”เถียงหย่งชิงในที่สุดหยุดมือจนได้ เงยหน้าขึ้นจ้องมอง สีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง “ที่สำคัญ อย่าได้ล่วงเกินเลี่ยวฉีชาง!”“มันเป็นเพียงพ่อค้าผู้หนึ่ง จำเป็นต้องกังวลถึงเพียงนี้หรือ?”เถียนเหิงปอสีหน้าไม่ยินยอมเถียนหย่งชิงไม่สะทกสะท้าน “หากเจ้าไม่คิดสร้างปัญหาให้แก่ตระกูลเถียน อย่าได้ตอแยเลี่ยวฉีชาง!”เถียนเหิงปอในที่สุดอดรนทนไม่ได้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้เช่นนั้นข่าวสารคงหล่นลงจากฟ้า มาหาเราที่นั่งอยู