เผยสีหน้างุนงงสงสัยไม่ได้ รอจนได้รับการบอกเล่าว่าสามผู้เฒ่าตระกูลเยิ่นล้วนไปรายงานตัวที่ปรโลกแล้ว มันถึงกับศีรษะลั่นอึงอล สมองขาวว่างเปล่าไปในบัดดลจั่วม่อไม่เปิดโอกาสให้มันย่อยสลายเรื่องราวอันน่าตระหนกนี้รีบซักถามอย่างตรงไปตรงมา “บ้านตระกูลเยิ่นอยู่ที่ใด?”สินสงครามที่ริบได้จากสามผู้เฒ่าเยิ่นน้อยนิดจนน่าเวทนานอกเหนือจากม้วนหยกสามม้วน จั่วม่อก็ไม่พบสิ่งมีค่าอันใดแม้แต่ชิ้นเดียว อุตส่าห์สู้เสี่ยงชีวิตเข่นฆ่าศัตรูร้ายกาจเช่นนี้ พวกมันจะไม่ได้รับสิ่งตอบแทนเลยหรือ?“เกาะเมฆตระกูลเยิ่น” ซางเว่ยหมิงจิตใจกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนบัดนี้ยังไม่ฟื้นคืนสติอย่างสมบูรณ์ เพียงตอบตามสัญชาตญาณ แต่แล้ววาจาพอกล่าวจากปาก พลันได้สติแจ่มใสทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย!ช่างดุดันอำมหิตนัก!สวีเจิ้งเวยก็สะท้านใจวูบไม่ต่างกัน เพียงแต่มันไม่ตื่นตระหนกเท่าซางเว่ยหมิง ในการต่อสู้เดิมพันชีวิตเช่นนี้ ผลสุดท้ายมักจะเป็นไปในทำนองนี้อยู่แล้ว“เกาะเมฆตระกูลเยิ่น?” จั่วม่อตาลุกวาบ รีบซักไซ้ “ใหญ่โตหรือไม่?”“เกือบห้าหมื่นหมู่ เป็นเกาะเมฆขนาดกลางที่ใหญ่โตที่สุดในละแวกนี้!” ซางเว่ยหมิงรีบตอบ “เกาะเมฆตระกูลเยิ่นทำเลที่ตั้งลํ้าเลิศ ม่านไหมเมฆารินไหลซึ่งเกาะแห่งนี้ผลิตออกมา นับว่ามีชื่อเลื่องลือในแถบนี้”จั่วม่อนํ้าลายแทบไหลหยดย้อยแล้ว!พื้นที่มากกว่าสี่หมื่นหมู่ นั่นมีค่าเท่ากับสี่หมื่นกว่าชิ้นจิงสือระดับสามทีเดียว!จั่วม่อผู้