าสบายขึ้นเล็กน้อย“ต้นที่หกด้านหลังเจ้า!”“แถวที่สามจากปลายเท้าเจ้า กระเบื้องแผ่นที่สี่ทางซ้าย”จั่วม่อออกคำสั่งติดต่อกันอย่างสงบเยือกเย็น ปราณกระบี่ของเซี่ยซานพอจู่โจมลงครั้งหนึ่ง พลังอำนาจของค่ายกลขบวนใหญ่ก็ลดน้อยลงส่วนหนึ่ง ภายใต้สายตาหวาดกลัวของผู้คุ้มกันและผู้ดูแลร้านของศาลาเมฆา ค่ายกลใหญ่อันไร้เทียมทานในใจพวกมัน ภายใต้ปราณกระบี่ของฝ่ายตรงข้าม กลับค่อยๆ อ่อนด้อยลงทุกขณะ รอจนลวดลายค่ายกลส่วนสุดท้ายบนแผ่นกระเบื้องหินแสงดาวประกายทองดับวูบลง ค่ายกลใหญ่ทั้งขบวนก็ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์พลังกดดันทั้งหมดพลันสลายคลาย ซางเว่ยหมิงราวกับปลาตาย หอบหายใจพะงาบๆ อยู่บนพื้นชั่วพริบตานี้เหล่าผู้คุ้มกันกับผู้ดูแลร้านที่สิ้นหวังและอับจนหนทาง บังเอิญเหลือบเห็นเงาร่างที่คุ้นตา พวกมันคล้ายไขว่คว้าได้เส้นฟางช่วยชีวิต พากันแหกปากร้องเรียกอย่างยินดี “ท่านผู้เฒ่าสวี! ท่านผู้เฒ่าสวี!ช่วยพวกเราด้วย!”
ในเงามืด สวีเจิ้งเวยชะงักเท้ากึก ในใจรํ่าร้องว่า…แย่แล้ว!ซึ่งความจริงมันมาถึงได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่เห็นฝ่ายตรงข้ามทำลายขบวนค่ายกลอย่างง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ ต้องบังเกิดความคิดล่าถอยหลบเลี่ยงทันที! มันแม้รับสินนํ้าใจจากศาลาเมฆาเป็นประจำทุกเดือน มีข้อตกลงออกหน้าช่วยเหลือยามคับขัน แต่จะให้มันเอาชีวิตชรามาทิ้งขว้างเพื่อศาลาเมฆา มันย่อมไม่ยอมทำเช่นนั้นแน่!เหล่าตัวบัดซบโง่งม! พวกเจ้าตาบอดกันหมดแล้วหรือไร?ไฉนตอแยกลุ่มมารร้า