ดขาวในบัดดล กรีดร้องสุดเสียง“หยุดมือ!”“หยุดเดี๋ยวนี้!”“พวกเจ้าหาที่ตาย!”เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เหล่าองครักษ์คุ้มกันของศาลาเมฆาโถมทะยานเข้ามาโดยไม่พูดพล่ามทำเพลงทันใดนั้น เสียงแค่นอย่างเย็นชาระเบิดขึ้นข้างหูพวกมันประดุจสายฟ้าคำรนตบฟาดสองหูอย่างถนัดถนี่ ผู้คุ้มกันที่พลังฝีมืออ่อนด้อยถึงกับโลหิตฉีดพ่นออกจากปาก ใบหน้าทอแววหวาดผวาข้างๆ เซี่ยซาน เห็นจงหยูประนมมืออย่างสงบ ดวงตาพริ้มหลับมันไม่ชมชอบจิตใจดั่งงูพิษของเยิ่นจิ้ง สำเนียงสะท้านอัสนีเมื่อครู่จึงไม่ได้เผื่อแผ่เมตตาจิตแม้แต่น้อยทุกผู้คนสีหน้ายิ่งตะลึงลาน พวกมันกลายเป็นตื่นตระหนกกว่าเดิม“ค่ายกล! รีบเปิดใช้งานค่ายกล!”“รีบเชิญผู้เฒ่าสวีออกมาช่วยเหลือเร็ว!”“สวรรค์ของข้า!”จั่วม่อแม้แต่มองยังไม่มอง ไม่ได้แยแสสนใจเหล่าผู้คุ้มกันแม้แต่น้อย มันไม่ได้ใช้พลังปราณหรือพลังสังขารปิศาจ เพียงกระหนํ่าตบด้วยกำลังไม่หยุดมือ มองดูใบหน้าสะคราญปานหยาดฟ้าของเยิ่นจิ้งเปลี่ยนสภาพไปอย่างสมบูรณ์ ค่อยรู้สึกว่าโทสะได้รับการระบาย รู้สึกสุขสบายอย่างบอกไม่ถูกเยิ่นจิ้งผู้น่าสงสารใบหน้างามบวมปูด บ้างเขียวชํ้า บ้างเป็นสีม่วงคลํ้า ไม่มีจุดใดปกติ ผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง นับตั้งแต่จั่วม่อเริ่มลงมือ นางกระทั่งเวลาจะกรีดร้องยังไม่มีดวงตานางเผยประกายเคียดแค้นชิงชังอย่างลึกลํ้า ทั้งยังอาฆาตมาดร้าย ประหนึ่งคิดกัดกินจั่วม่อทั้งเป็น!แต่โจรร้ายใจอำมหิตประเภทใดที่จั่วม่อไม่เ