ู้ตัดสินใจในเวลานี้ เปาอี้รีบร้อนเข้ามาสมทบ เมื่อเข้ามาถึง ก่อนอื่นคารวะจั่วม่ออย่างนอบน้อม “เหล่าป่าน” จากนั้นคารวะทักทายเหวยเสิ้ง “เหวยซือ”“พี่เปาเกรงอกเกรงใจเกินไปแล้ว” เหวยเสิ้งตอบอย่างถ่อมตนจั่วม่อกลับไม่เกรงอกเกรงใจ “เหล่าเปา เจ้ามาได้เวลาพอดีการค้าครั้งนี้มอบให้เจ้าจัดการ นี่คือซางเซียนเซิง จะมาเป็นผู้นำทางของเรา เจ้าจัดการค่าธรรมเนียมและเรื่องอื่นๆ ให้ด้วย”เปาอี้รีบรับคำ “ขอรับ”ซางเว่ยหมิงหัวใจกระตุกวูบ ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจท่านนี้แม้แต่งกายสามัญธรรมดา แต่ดูจากท่วงท่าสภาวะและสุ้มเสียง ต้องไม่ใช่พ่อค้าของกิจการเล็กๆ เป็นแน่ มันยังสูดได้กลิ่นอายที่คุ้นเคยจากคนที่ผอมบางราวกับไม้ไผ่ผู้มาทีหลังนี่เป็นกลิ่นอายของพ่อค้า!“ซางเซียนเซิง มิทราบคิดค่าธรรมเนียมวันละเท่าใด?” เปาอี้เงยหน้ามอง ดวงตาทอแววประเมินค่าซางเว่ยหมิงรีบรวบรวมสติ ตอบว่า “วันละห้าชิ้นจิงสือระดับสาม”“ราคาไม่นับว่าแพง” เปาอี้ผงกศีรษะ จากนั้นถามช้าๆ “ซางเซียนเซิงยังสามารถให้บริการอะไรอีกบ้าง?”สีหน้าท่าทีของเปาอี้ ท่วงท่าสภาวะและการประเมินค่า ทำให้ซางเว่ยหมิงตระหนักแน่แก่ใจ ว่าไม้ไผ่ผอมเบื้องหน้านี้เป็นขิงแก่อันเผ็ดร้อนผู้หนึ่ง ความเชื่อมั่นต่อการคาดเดาในแง่ดีของมันเพิ่มพูนขึ้นทุกขณะคนกลุ่มนี้เห็นได้ชัดว่ามาที่นี่เพื่อทำการค้าครั้งใหญ่!ซางเว่ยหมิงรอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งใกล้ชิดสนิทสนมกว่าเดิม“การนำทางเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่ส