ามปลอดภัยของจั่วม่อ ติดตามออกมาเป็นคนที่สองผู้คนบนเรือตื่นตัวขึ้นทันที เฝ้าระวังอย่างแข็งขัน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน พวกมันจะสามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีพวกมันเมื่อเข่นฆ่าเปิดทางออกจากมหานครนภาโลหิต เพาะสร้างเป็นนิสัยระมัดระวังอยู่ทุกขณะจิตซางเว่ยหมิงเห็นคนสองคนเหินทะยานออกมาจากเรือดำ สีหน้าแม้ยังมั่นคงเยือกเย็น แต่ลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนการค้าครั้งนี้มีโอกาสแล้ว!“เจ้าบอกว่าที่นี่เรียกว่าเกาะเมฆตงเสิ้งใช่หรือไม่?” จั่วม่อถามอย่างสนอกสนใจ“ใช่แล้ว ที่นี่คือเกาะเมฆตงเสิ้ง” ซางเว่ยหมิงคารวะคนทั้งสอง“ข้าสมควรเรียกเถ้าแก่ทั้งสองว่ากระไร?”“ข้าเรียกว่าจั่ว” จั่วม่อกล่าวอย่างยิ้มแย้ม จากนั้นชี้ไปทางเหวยเสิ้ง แนะนำว่า “มันเรียกว่าเหวย”“เถ้าแก่จั่วสบาย เถ้าแก่เหวยสบาย” ซางเว่ยหมิงประสานมือทักทายอย่างเป็นทางการ ลอบประเมินคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว เห็นเครื่องแต่งกายธรรมดาสามัญของพวกมัน อดผิดหวังอยู่บ้างไม่ได้เรือดำที่ด้านหลังพวกมันก็ธรรมดาสามัญยิ่ง ซางเว่ยหมิงยิ่งแน่ใจว่าจั่วม่อกับพวกเป็นเพียงพ่อค้ากิจการเล็กๆ เท่านั้นทว่าแม้ในใจจะลอบผิดหวัง แต่มันไม่มีวันเปิดเผยออกมาทางใบหน้า ไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้มีการค้าสำหรับมันก็ดีมากแล้ว“ไม่ทราบว่าพวกท่านมาเยือนเกาะเมฆตงเสิ้ง เพื่อทำการค้าหรือเยี่ยมเยียนสหาย?” ซางเว่ยหมิงมองไปยังจั่วม่อพลางถามอย่างสุภาพ มันสามารถเห็นได้ว่าจั่วม่อเป็นผ