พราะเหตุใด หัวใจข้ากลับไม่เคยสงบเลย”หมิงเลี่ยพอฟังต้องเผยสีหน้าครุ่นคิด“ท่านทราบหรือไม่ บุคคลเช่นข้าเมื่อฝึกปรือถึงระดับหนึ่งหัวใจกระบี่ของเราจะแข็งแกร่งจนไม่ได้รับผลกระทบจากมารภายนอก แต่ข้าก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ” ซงเยวียนกล่าวพลางทอดถอน แบสองมือออกกว้าง “อาจบางทีนี่เป็นอุปสรรคทางจิตของข้ากระมัง”หมิงเลี่ยเป็นบุคคลละเอียดอ่อนรอบคอบผู้หนึ่ง มันเดินในวิถีทางแม่ทัพบัญชาการศึก ส่วนซงเยวียนฝึกปรือวิถีกระบี่ของสำนัก มีสัญชาตญาณต่ออันตรายที่เฉียบไวยิ่งกว่ามัน “ศิษย์น้องใช่รู้สึกว่าบางสิ่งไม่ถูกต้องหรือไม่?”ซงเยวียนสั่นศีรษะ “ข้าไม่ทราบ ดังนั้นจึงรู้สึกไม่สบายใจ”ในเวลานี้เอง ลำแสงกระบี่เหินลิ่วมาจากขอบฟ้า ขัดจังหวะสนทนาของพวกมัน ซงเยวียนกวักมือวูบ ลำแสงกระบี่พุ่งเข้ามาอยู่ในมือของมัน มันพลิกฝ่ามือขึ้น เห็นกระบี่เล่มน้อยอยู่บนนั้นหมิงเลี่ยหยิบกระบี่เล่มเล็กขึ้นมา ดวงตาสาดประกายวูบ “ไปเถอะ เรามีภารกิจเร่งด่วน”
เหลียงเวยจ้องมองเรือดำลำน้อยด้วยสีหน้าเย็นชา ซึ่งความจริงมันพอได้รับคำสั่งจากปิงหลันต้าเหริน ก็เป็นช่วงเวลาที่มันสัญจรอยู่ละแวกนี้พอดี ทั้งยังได้พบเห็นเต่าดำทะลวงผ่านแนวป้องกันปลิงดำโดยบังเอิญ แต่มันเองก็คาดไม่ถึง ว่าเต่าดำจะบุกผ่านแนวป้องกันปลิงดำได้อย่างสะดวกดายถึงปานนี้ในฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกระดับเงินผู้หนึ่ง แนวป้องกันปลิงดำร้ายกาจปานใด มันย่อมกระจ่างใจเป็นอย่างดี!เรือดำลำน้อยที่ไม่