้อมเพรียง เต่าดำที่เพิ่งจะบุกฝ่าผ่านแนวป้องกันปลิงดำเข้ามา ตกลงสู่วงล้อมอย่างแน่นหนาอีกคำรบกงซุนชาไม่ขยับเคลื่อนไหว ดวงตามองตรง สีหน้านิ่งงันไพร่พลหน่วยองครักษ์โล่บางคนอดกล่าวเสียงเบาตํ่าไม่ได้“ต้าเหรินใช่กำลังฟุ้งซ่านหรือไม่? ตั้งแต่ออกจากปิดด่านฝึกตนคราวก่อน ต้าเหรินดูแปลกพิกลอยู่บ้าง!” ผู้กล่าววาจาคล้ายห่วงกังวลเล็กน้อย การครุ่นคิดอย่างเหม่อลอยเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่ปิดด่านฝึกตนครั้งสุดท้าย กงซุนชามักท่องไปในห้วงความคิดของตนอยู่เสมอ“ต้าเหรินเคยดูปกติตั้งแต่เมื่อใดกัน… …” สหายอีกคนเหลือกตา“นั่นก็จริง!” ทุกคนผงกศีรษะเห็นพ้องอย่างเป็นเอกฉันท์ประโยคนี้ราวกับกล่าวออกมาจากหัวใจของพวกมันเอง“ก็จริง เช่นนี้ก็ดีแล้ว อย่างน้อยก็ดีกว่าเวลาที่ต้าเหรินแย้มยิ้ม”“รอยยิ้มเหนียมอายของต้าเหริน… …”ทุกผู้คนสะท้านขึ้นอย่างพร้อมเพรียง พวกมันคล้ายหวนนึกถึงเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่าง ล้วนหนาวสะท้านโดยถ้วนหน้า“โอ้” เสียงอู้อี้พลันดังออกมาจากปากกงซุนชา ดวงตาเลื่อนลอยกลับเป็นแจ่มชัดอีกครั้ง รอยยิ้มเหนียมอายปรากฏขึ้น “มาเริ่มกันเถอะ!”ได้รับคำสั่งโดยตรง ค่ายจูเชวี่ยทะยานลิ่วออกไปในบัดดล!กลางเวหา ลำแสงกระบี่มากมายสาดพุ่งออกจากเต่าดำอย่างพร้อมเพรียง ลำแสงกระบี่พร่าพรายตระการตา ประดุจดอกไม้ไฟเบ่งบานอยู่กลางอากาศ!การปรากฏตัวอย่างฉับพลันของค่ายจูเชวี่ยขู่ขวัญทุกผู้คน!ไม่ว่าจะเป