ม่นับเป็นอะไรได้ส่วนภารกิจสุดท้าย แม้ผลงานอาจเรียกได้ว่าดูดีอยู่บ้าง แต่ก็ธรรมดาสามัญยิ่ง ในแง่ของชื่อเสียง นางไม่ได้มีชื่อเลื่องลือเท่าเหลียงเวยเสียด้วยซํ้า เหลียงเวยเป็นผู้นำทัพเพียงคนเดียวที่เหลือรอดจากศึกอันดุเดือดครั้งที่แล้ว นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงยอดอัจฉริยะพิสดารผู้ลึกลับ เซียวม่อเกอแต่นางกลับได้รับคำสั่งให้ไปยังแนวหน้าเพื่อเข้าร่วมกับปิงหลันต้าเหริน ความตื่นตะลึงของมู่ซีเป็นที่คาดคำนวณได้“อ้อ นอกจากเจ้าแล้ว เหลียงเวยก็มาด้วย” สตรีอสูรชะงักไปชั่ววูบ “แต่สถานการณ์ของมันไม่เหมือนกับเจ้า มันต้องการทำศึกและเสนอตัวเพื่อขอทำศึกเอง ปิงหลันต้าเหรินตอบรับแผนการทำศึกของมัน เจ้ารู้ไว้เท่านี้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจกับมันนัก”“เริ่มตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าจะรับผิดชอบป้องกันพื้นที่หมายเลขสามไปพบปะผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าเถอะ ขออำลา!” สตรีอสูรกล่าวจบก็หมุนตัวจากไปทันที เป็นที่เห็นได้ถึงความเฉียบขาดรอจนสตรีอสูรจากไปไกล มู่ซีค่อยสูดลมหายใจลึกที่นี่น่ะหรือสนามรบ?
“ในที่สุดเราก็ออกมาได้แล้ว!”ไม่ทราบเป็นผู้ใดกล่าวประโยคนี้ แต่ปลุกเร้าอารมณ์ทุกผู้คนทันที เสียงไชโยโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วเต่าดำ! ความตึงเครียดและหวั่นไหวใจที่สั่งสมอยู่ในใจพวกมันมายาวนาน ชั่วขณะนี้พลันปลิวหายวับไปกับตา! เหล่าบุรุษกร้าวแกร่งที่ข้ามผ่านการทดสอบจากการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วน ยามนี้กลับไม่ต่างจากเด็กน้อย บ้างกระซิบพึมพำกับต