ัวเอง บ้างสวมกอดกัน และบ้างก็โผบินไปมาอย่างคึกคักคลุ้มคลั่ง!ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแทบเสียสติของคนเหล่านี้ กลุ่มของอสุภประหลาดดูเงียบงันผิดธรรมดาดวงตาสีเทาของอสุภประหลาดทั้งว่างเปล่าและไร้ประกายชีวิตสังเกตเห็นสภาพผิดธรรมดาของอสุภประหลาด จั่วม่อระงับความปิติยินดีในใจ วิ่งเข้าไปหา “เป็นไร? ในที่สุดเราก็ออกมาจากสถานที่ผีสางนั่นสำเร็จแล้ว! ออกมาได้แล้วจริงๆ! ท่านไม่เบิกบานใจหรือ?”อสุภประหลาดนิ่งไปวูบหนึ่ง ไม่ตอบคำถามนี้ เพียงบอกกล่าวอย่างสงบ “ข้าต้องไปแล้ว”“ไป? ไปที่ใด?” จั่วม่อชะงักค้าง อสุภประหลาดแม้แปลกพิสดารยิ่ง แต่หลังจากคบหากันมาระยะหนึ่ง จั่วม่อรู้สึกว่าผู้อื่นนั้นดีมาก ทั้งยังสนิทสนมกลมเกลียวกับมันเป็นอย่างดี มันอดถามไม่ได้ “ท่านตั้งใจจะไปที่ใด?”“ไปตามหาบ้านเกิดของข้า”“บ้านเกิด?” จั่วม่องงงันวูบ สถานที่ถือกำเนิด ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ค่อยคุ้นเคยสำหรับมันนัก“ใช่ ข้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งในอนาคต” อสุภประหลาดกล่าวอย่างสงบราบเรียบ “ข้าเรียกว่าซือ (ศพ,อสุภ)”เป็นนามที่พิลึกจริงๆ ด้วย จั่วม่อลอบสั่นศีรษะ สลัดริ้วรอยแห่งความโศกเศร้าที่ก่อตัวขึ้นในใจ ใบหน้าประดับรอยยิ้มเฉิดฉัน“ขอบคุณท่านมาก หากไม่มีท่าน ข้าต้องไม่มีปัญญารวบรวมสมบัติเหล่านั้นแน่”“เรื่องเล็กน้อยอย่าใส่ใจไปเลย” ซือกล่าวเสียงอ่อน “ข้าไปแล้ว”หางเสียงยังไม่ทันจาง กลุ่มของอสุภประหลาดก็หายตัวไปอย่างเงียบเชียบ ไม่ทราบเมื่อใดจึงได้