พบกันอีกสังเกตเห็นความวุ่นวายทางด้านนี้ เหวยเสิ้งกับพวกรีบทะยานร่างเข้ามา“มันไปแล้ว” จั่วม่อแบสองมือ “ไปตามหาบ้านเกิดของมัน”คนอื่นๆ เผยสีหน้ารับรู้นอกจากจั่วม่อที่รู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้างแล้ว คนอื่นๆ ไม่ได้โศกเศร้ากับการจากไปของอสุภประหลาด กลับเป็นตรงกันข้ามเมื่อปราศจากการคงอยู่ของอสุภประหลาด ทุกคนรู้ลึกปลอดโปร่งโล่งใจเป็นที่สุด แม้ว่าอสุภประหลาดจะอยู่ในสถานะมิตรที่ดีมาตลอดทาง แต่พลังอันแข็งแกร่งไร้ผู้ต้านของมันยังคงกดดันผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาจั่วม่อปัดอารมณ์อาลัยอาวรณ์ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เรียกเหวยเสิ้ง แม่นางน้อย รวมถึงเหล่าแกนนำคนอื่นๆ เข้ามารวมกัน“พวกเราแม้ออกมาพ้นจากสถานที่ผีสางบัดซบนั่น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราปลอดภัยแล้ว” จั่วม่อเปิดปากเป็นอันดับแรกกงซุนชาพยักหน้า “มิผิด หากข้อสันนิษฐานของเราถูกต้องที่นี่สมควรเป็นมหานครนภาโลหิต สนามรบหลักของสามเผ่าพันธุ์! เราต้องออกจากมหานครนภาโลหิตให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้น… …”แม่นางน้อยไม่ได้กล่าวสืบต่อ แต่ทุกคนทราบดีว่ามันหมายถึงอะไร มหานครนภาโลหิตเป็นสถานที่ที่การสู้รบระหว่างซิวเจ่อกับอสูรปิศาจดุเดือดที่สุด หากพวกมันประมาทสักเล็กน้อย ถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องกับการศึกสงคราม เกรงว่าคงไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่อีกซึ่งความจริงพวกมันนับว่าอยู่ฝ่ายซิวเจ่อ แต่ไม่มีใครในเต่าดำยินดีขอความช่วยเหลือจากซิวเจ่อ ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าแม่ทัพบัญชาการศึกซิวเจ่อในสถานที