ชั่วพริบตาที่ลมทรายปะทะร่าง ร่างกายของจั่วม่อก็ตอบสนองในบัดดลศาสตร์อสูรน้อยนับไม่ถ้วนพลันปรากฏขึ้นรอบกายโดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า ศาสตร์อสูรน้อยเหล่านี้ มากมายหลากสีสัน มองดูราวกับม่านแสงสารพัดสีห้อมล้อมอยู่รอบกายจั่วม่อพร้อมกันกับที่ศาสตร์อสูรน้อยปรากฏขึ้น เจตจำนงกระบี่เบาบางก็เผยตัวออกมา ประหนึ่งกระบี่บินค่อยๆ หลุดออกจากฝัก เผยประกายอันคมกล้าน่าสะท้านใจเกราะประทับเพลิง ดาบเที่ยงวัน ฝ่ามือประทับสุริยัน ปีกแสงศูนยตา ฝ่าเท้าอีกาทองคำ มหาทิวา!โดยไม่เกี่ยวข้องกับความคิดของจั่วม่อแม้แต่น้อย การแปลงร่างทั้งหกของสังขารปิศาจมหาทิวาพลันเริ่มสำแดงฤทธิ์ด้วยตัวเองก่อตัวขึ้นพร้อมกัน ห่อหุ้มร่างกายของจั่วม่อด้วยชุดเกราะเต็มอัตราศึกชั่วขณะนี้ จั่วม่อกอรปด้วยสภาวะยิ่งใหญ่เกรียงไกรผิดธรรมดา สังขารปิศาจมหาทิวาเต็มยศเปล่งแสงสีทองอำไพ แบบฉบับอันแหลมคมของจอมปิศาจแผ่ซ่านรังสีอำมหิต บันดาลให้ผู้คนหวาดกลัวจับใจ สองมือทำท่าราวกับกำลังถือกระบี่ยักษ์ที่มองไม่เห็น ยื่นเหยียดไปเบื้องหน้าทรวงอก เจตจำนงกระบี่เบาบางจดจ่อรวมรั้ง ไม่ปะทุรั่วไหลออกมา ศาสตร์อสูรน้อยเปล่งแสงสลับสับเปลี่ยน บัดเดี๋ยวเร่งร้อน บัดเดี๋ยวเชื่องช้า พลังงานธาตุนํ้าสีฟ้าอ่อน เปลวไฟสีแดงเป็นจุดแต้ม… …ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนภายในขบวนค่ายกลป้องกัน พากันเหม่อมองด้วยอาการตะลึงงันพายุทรายอันดุร้ายรุนแรงดูคล้ายทนุถนอมความงดงามนี้เป็นพิเศษ ภายในรัศมีสามจั