กตัวเต็มที่ ก็เดินออกจากกระโจม เห็นจั่วม่อยืนอยู่ตามลำพังบนเนินทรายข้างเคียงอดงุนงงสงสัยไม่ได้การเคลื่อนไหวของต้าเหรินแปลกพิสดารยิ่ง ทำท่าราวกับว่าแขวนไข่อันเปราะบางไว้บนร่างกาย ทุกท่วงท่าเชื่องช้านุ่มนวลเป็นที่สุด ค่อยๆ หมุนตัวอย่างแช่มช้า ตามลำพังผู้เดียวเหลยเผิงกับเหนียนลู่สีหน้ากลายเป็นแปลกพิกลในทันที“ใช่เป็นทักษะยุทธ์บางอย่างหรือไม่?” ม้าฝานเบิกตากว้างเกือบเดินผ่านไป“แค่กแค่ก!” เหลยเผิงกระแอมไอ กำลังจะบอกเล่าต่อมัน แต่เหนียนลู่กลับชิงพูดอย่างกะทันหัน “เจ้าจะไม่เข้าไปทักทายเหล่าป่านก่อนหรือ?”เหลยเผิงเหลือบมองเหนียนลู่ที่เต็มไปด้วยความสัตย์ซื่อเที่ยงธรรม แก้มสั่นกระตุกสองครั้ง จากนั้นหุบปากลง ไม่ส่งเสียงอันใดม้าฝานแม้เห็นว่าวาจาของเหนียนลู่สมเหตุสมผล แต่ยังคงสั่นศีรษะ “ข้าจะรอให้เหล่าป่านฝึกปรือเสร็จสิ้นเสียก่อน”“ไม่สำคัญหรอกน่า เหล่าป่านเพียงแค่ยืดเส้นยืดสายเท่านั้น”เหนียนลู่ลอบยิ้มลี้ลับ แต่สุ้มเสียงไม่ค่อยปกตินัก“เช่นนั้นก็ประเสริฐ” ม้าฝานนำอยู่ด้านหน้าย่อมไม่ทันเห็นสีหน้าของเหนียนลู่ เพียงรู้สึกว่าการกระทำของเหล่าป่านแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่เมื่อทราบว่าเหล่าป่านไม่ได้ฝึกปรือ ก็ไม่ได้รีรอลังเลอีกต่อไป ในความเห็นของมัน เหล่าป่านเคยปกติตั้งแต่เมื่อใดเล่า?ม้าฝานทะยานร่างขึ้นกลางอากาศ ลอยเข้าหาจั่วม่อรอจนเข้าไปถึงระยะห่างจากเหล่าป่านสามจั้ง ในสายตามันพร่าเลือนวูบ ร่างของเหล่าป่านห