ึกขึ้นได้ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก พายุทราย! ใช่แล้ว! เมื่อครู่มันเผชิญกับพายุทราย!มันใช่ประสบปัญหาใดหรือไม่?เกิดอะไรขึ้นกันแน่?จั่วม่อหน้าเปลี่ยนสีอย่างกะทันหัน รีบตรวจสอบร่างกายตัวเองทันทีในร่างกายมันว่างเปล่า ดูผิวเผินไม่มีสิ่งใดผิดแผกจากยามปกติ แต่เมื่อจั่วม่อพยายามโคจรพลังปราณ อดหน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรงไม่ได้!ไฉนเป็นเช่นนี้?พลังปราณ พลังจิตสำนึกและสังขารของมันผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว!นี่… …นี่มัน!พลังปราณของมันในอดีตเหมือนกระแสนํ้าลำธารที่ควบคุมบังคับได้อย่างง่ายดาย แต่ระหว่างพลังปราณกับเลือดเนื้อสังขารประดุจชั้นนํ้ามันกับนํ้า แยกกันอยู่คนละชั้นอย่างชัดเจน พลังปราณหนืดข้นโคจรไปทั่วร่างอย่างเชื่องช้ายิ่งพลังจิตสำนึกของมันในกาลก่อนคล้ายกลุ่มหมอก แต่บัดนี้กลายเป็นตาข่ายขนาดมหึมา แทรกผ่านไปทั่วร่าง สายใยตาข่ายนับไม่ถ้วนแผ่กระจายไปในเลือดเนื้อทุกซอกทุกมุมแต่สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุด กลับเป็นสังขารร่างกายของมัน!เปลวไฟลายชั้นมหาทิวาจอมอหังการไม่ได้ลอยอยู่ในตันเถียนเช่นในอดีต แต่แทรกซึมกระจัดกระจายเข้าไปในเลือดเนื้อของมันแทน เป็นเหตุให้เลือดเนื้อทุกส่วนของมันเคลือบคลุมด้วยเงาสีทองแวววามนี่… …นี่มันอะไรกันแน่?จั่วม่อนิ่งขึงตะลึงลานเหมือนไก่ไม้!“ศิษย์น้อง เจ้าเป็นไรหรือไม่?” เหวยเสิ้งเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของจั่วม่อ รีบถามไถ่อย่างกังวล ทุกคนล้วนได้รับประโยชน์จากพายุทรายครั้งนี้ แต่สภาพของจ