ายใจอย่างหนาวเหน็บในเวลาเดียวกัน เงาร่างหลายสายปรากฏขึ้นข้างกายจั่วม่อดุจสายฟ้าฟาด แต่ละคนสีหน้าไม่สู้ดี พลังของอีกฝ่ายน่าประหวั่นพรั่นพรึงเกินไป อสุภประหลาดมองกระบี่ดำในมือเหวยเสิ้ง แล้วผงกศีรษะ กล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่ากระบี่เล่มนี้จะตกอยู่ในมือเจ้า”เหวยเสิ้งเลิกคิ้วสูงชันจั่วม่อปฏิกิริยารวดเร็วที่สุด รีบถามไถ่อย่างนอบน้อม “ผู้อาวุโส กระบี่เล่มนี้มีที่มาอย่างไร?”“ฮ่าฮ่า เมื่อถึงเวลามันก็จะล่วงรู้เอง” อสุภประหลาดยิ่งมายิ่งกล่าววาจาได้ราบรื่นขึ้นทุกขณะ สีหน้าก็เริ่มแสดงอารมณ์ได้หลายหลากขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้กลับยิ่งทำให้มันดูแปลกพิลึกกว่าเดิมจากนั้นอสุภประหลาดละสายตาจากกระบี่ดำ หันหน้ามาถามจั่วม่อ“ทีนี้เจ้าเล่าเรื่องค่ายกลเคลื่อนย้ายได้แล้วกระมัง”“ค่ายกลเคลื่อนย้าย เป็นขบวนค่ายกลที่สร้างขึ้นเพื่อย้ายจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง… …”“ขบวนค่ายกล?”กระทั่งค่ายกลก็ไม่รู้จัก? คนเหล่านี้หรือว่า… …ใช่เป็นผู้รอดชีวิตจากมหาสงครามปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์หรือไม่? จั่วม่ออดใจเต้นระทึกไม่ได้อสุภประหลาดคล้ายล่วงรู้ว่าจั่วม่อกำลังครุ่นคิดอันใด ดวงตาสีเทาทอแววขบขันจั่วม่อพยายามระงับสติ ตัดสินใจสลักค่ายกลเคลื่อนย้ายอย่างง่ายๆ ขบวนหนึ่งลงบนพื้น “นี่คือค่ายกลเคลื่อนย้าย พวกเราใช้มันในการเดินทาง”อสุภประหลาดกวาดตามองแวบหนึ่ง เข้าใจในทันที “วิธีการนี้ฉลาดไม่เลว แต่มีข้อจำกัดมากมาย”“มิผิด เราไม่ทราบตำแหน่งที่แน