้แพร่กระจายไปในวงกว้าง ผู้คนพอชมดูการต่อสู้ทั้งหมด หลายคนอดเห็นพ้องกับวาจาของเซียวม่อเกอไม่ได้ ไม่ผิดไปจากที่เซียวม่อเกอกล่าวแม้แต่น้อย ดูจากการต่อสู้ในศาสตร์อสูรบันทึกภาพผลงานของสี่อสูรนักรบไม่สมควรให้อภัยจริงๆต่อหน้าศาสตร์อสูรบันทึกภาพชุดนี้ การแสดงอันเร่าร้อนของอวี้เหิงกลายเป็นเรื่องน่าขันไปทันทีภายในเมืองต่างๆ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกองพลปฐพีหนักหน่วงดุเดือดรุนแรงขึ้นทุกที อย่างเช่นที่ว่ากองพลปฐพีหนักหน่วงเน่าเฟะมาจากแกนกลาง มีกระทั่งคนที่สงสัยในศักดิ์ฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองของแม่ทัพอวี้เหิงด้วยอวี้เหิงได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าร่วงจากสวรรค์ตกลงไปในนรกอย่างลึกซึ้งก็คราวนี้เองกองบัญชาการกลางที่ก่อนหน้านี้ยังยกย่องชื่นชมมันเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ สุ้มเสียงกลายเป็นเข้มงวดกวดขัน คราวนี้พวกมันออกมาตำหนิติเตียนอวี้เหิงแทน พวกมันล้วนเป็นแม่ทัพเก่าแก่ที่เปิดเผย เหล่าขุนพลเฒ่าไม่ใส่ใจว่าผู้ใดจะอวดโอ่โอหัง แต่กองทัพที่หย่อนยานและสูญเสียความสามารถในการสู้รบ เป็นสิ่งที่พวกมันชิงชังอย่างลึกลํ้ายิ่งไปกว่านั้น แนวหน้าที่เพิ่งประสบกับความปราชัยหลายคนถึงกับตั้งข้อสงสัย ว่าเหตุผลที่กองพลเพลิงเดือดกับกองพลนํ้าค้างแข็งเย็นเยือกแทบย่อยยับอัปรา ก็เนื่องเพราะพวกมันเป็นเช่นเดียวกันกับกองพลปฐพีหนักหน่วงหรือไม่? เน่าเฟะ หย่อนยานไม่สามารถทนรับการสู้รบได้แรงกดดันต่ออวี้เหิงเพิ่มพรวดพ