ด้วยวสีหน้าเหยียดหยาม “ลองดูสภาพของเราเสียบ้างเจ้ายังคงเอาแต่ยึดมั่นเคร่งครัดในวิถีประเพณีเก่าครํ่าคร่า แค่หาผู้สืบทอดได้สักคนก็ดีแค่ไหนแล้วไฉนเจ้ายังคงเอาแต่เลือกมากไม่เลิกรา!”ผูเยาปากถากถางหมิ่นแคลน แต่สองมือไม่ได้เชื่องช้าลงแม้แต่น้อย เมื่อลำแสงไม่กี่ดวงสุดท้ายหายเข้าไปในร่างขององครักษ์เกราะทอง ในที่สุดมันค่อยเผยสีหน้าพึงใจอยู่บ้างองครักษ์เกราะทองแปรเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ เกราะเกล็ดสีทองที่เคยปกคลุมศีรษะจรดเท้าได้หายไป แทนที่ด้วยชุดเกราะหนักสีดำอันสมบูรณ์แบบ ชุดเกราะหนักพอเหมาะพอดีราวกับเป็นวัตถุชิ้นเดียวกันทั้งชุด พวกมันประดุจสัตว์ประหลาดเหล็ก ลำพังพลังสภาวะน่าประหวั่นพรั่นพรึงที่แผ่ออกจากร่างของวพวกมัน ก็สามารถขู่ขวัญผู้คนจนขวัญบินแท่งหนามสีดำงอกเงยออกจากเกราะไหล่ เกราะศอก เกราะเข่าและจุดสำคัญอื่นๆ บนร่าง ปลายหนามสีดำแต่ลำแท่งเป็นสีแดงดุจเลือดอันแปลกประหลาด และบนหน้าผากของหมวกเกราะ ปรากฏแผ่นสีทองรูปทรงคล้ายเพชร คล้ายกับผลึกสีเลือดบนหน้าผากของผูเยาผูเยาลูบคาง กวาดตามององครักษ์เกราะทองอีกรอบ บ่นพึมพำกับตัวเอง “กระบี่สวะเหล่านี้ไม่เหมาะสมอีกแล้ว โอ้ กระบี่หักในมือเหวยเสิ้งไม่เลยเลย ข้าอยากรู้เสียแล้วว่ามันเอามาจากที่ใด… …”อึดใจให้หลังมันก็สั่นศีรษะ รำพึงอย่างปลงตกว่า “ลืมมันไปเถอะ ก่อนอื่นก็ทำเท่าที่ทำได้ก่อน เรื่องอาวุธค่อยคิดอีกทีในภายหลัง”ทันใดนั้น ผูเยาเงยหน้าขวับ ดวงตาสาดประก