ุ้มค่าหรือ?”
ลั่วเสวี่ยนเอ่ยถามด้วยความงุนงง
“มันไม่ใช่เรื่องของความคุ้มค่า แต่มันคือการเลือกของข้า…เมื่อข้าเลือกแล้ว ข้าย่อมไม่เสียใจ! บางสิ่งในชีวิต…มีค่ากว่าพลังบ่มเพาะเสียอีก!”
หยวนฮ่าวหรันยิ้มอย่างสงบ
“เข้าใจแล้ว! ข้ารู้ว่าต่อให้พูดไป ท่านก็คงไม่เปลี่ยนใจ แดนลับเขาอู่หลงกำลังจะเปิด…ท่านคิดอย่างไร?”
ลั่วเสวี่ยนส่ายหน้าเบา ๆ
นางรู้ดีว่าหยวนฮ่าวหรันดูภายนอกอ่อนโยน แต่ในใจกลับดื้อรั้นไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร มีความยึดมั่นของตนเองอย่างแรงกล้า
นางจึงเลิกคิดจะเกลี้ยกล่อมอีก
“แดนลับเขาอู่หลง ข้าว่า…มันต้องถูกสร้างโดยนักบุญยุทธ์แน่ และข้าสงสัยว่า…นั่นอาจเป็นผลงานของนักบุญยุทธ์มังกรเพลิงเมื่อพันปีก่อน!”
ดวงตาของหยวนฮ่าวหรันเป็นประกาย กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“นักบุญยุทธ์มังกรเพลิง? หรือว่า…ผู้ทรยศแห่งนิยายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า?”
ร่างกายของลั่วเสวี่ยนถึงกับสั่นสะท้าน สีหน้าเต็มไปด้วยความแปลกใจ
“มีความเป็นไปได้สูง! ดังนั้น ครั้งนี้อาจมีคนจากนิยายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าปรากฏตัวด้วย เจ้าต้องระวังตัวให้ดี!”
หยวนฮ่าวหรันเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าเข้าใจ หากเป็นแดนลับที่นักบุญยุทธ์มังกรเพลิงทิ้งไว้จริง ๆ…ครั้งนี้คงจะสนุกไม่น้อย!”
ลั่วเสวี่ยนยิ้มบาง ๆ
“ศิษย์น้องลั่ว ข้าแม้ไม่อาจกลับสู่นิกายได้ แต่มีศิษย์อยู่สองคนที่มีพรสวรรค์ไม่เลว เจ้าช่วยรับพวกเขาเข้าสู่นิกายด้วยเถิด อย่าให้พรสวรรค์ของพวกเขาสูญเ