ื่อยชา ก้นบึ้งของนัยน์ตาสีแดงฉานหมุนคว้างอย่างแช่มช้า รอยยิ้มเหยียดหยามที่เย็นเยียบและแหลมคมราวกับคมมีดพลันจุดขึ้นที่มุมปาก “เจ้ายังฟื้นฟูความโง่เง่าตามปกติของเจ้าขึ้นมาด้วย”แม่ทัพหญิงทันใดนั้นก็เอ่ยปากแล้ว เพียงแต่สุ้มเสียงที่เคยอ่อนหวานหยาดเยิ้มพลันแปรเปลี่ยนไป กลายเป็นแฝงด้วยท่วงทำนองเรียบง่ายและเก่าแก่โบราณ ประดุจคนชราผู้หนึ่ง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”สุ้มเสียงยังไม่ทันขาดหาย ร่างกายของแม่ทัพหญิงก็สลายตัว กลายเป็นฝุ่นผงสีดำเล็กละเอียด ฝุ่นผงสีดำหมุนคว้าง รวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นกลุ่มควันดำ ภายในกลุ่มควัน ร่างสูงของบุรุษผู้หนึ่งสามารถมองเห็นได้“เจ้าต้องการให้ข้าบอกเจ้า ว่าเจ้าโง่เง่าอย่างไรเช่นนั้นหรือ? ฮา!” ใบหน้าผูเยายิ่งดูถูกเหยียดหยามกว่าเดิม “จุ๊ จุ๊ ผ่านไปสามพันปี ในที่สุดเจ้าก็ยอมเปิดเผยใบหน้าเสียที นี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ”“เจ้าก็ไม่ใช่ว่าคอยบังคับขู่เข็ญให้ข้าออกมา มาโดยตลอดหรอกหรือ?” บุรุษในควันดำเหลือบมองเปลวไฟสีดำในมือผูเยา กล่าวเสียงแหบลึก “ข้าว่าเราควรหารือกันดีๆ สักครา”“หารือ?” ผูเยาเลิกคิ้ว หัวร่ออย่างมีเลศนัย ลดเปลวไฟสีดำบนฝ่ามือลงเล็กน้อย กล่าวอย่างไม่ค่อยใส่ใจว่า “ประเสริฐ เช่นนั้นมาหารือกัน! ก่อนอื่นก็บอกมาว่าเจ้าเป็นใคร?”“ข้าคือเกราะป้ายศิลาหลุมฝังศพ เรียกว่าโส่วฮู่ (เฝ้าปกปักรักษา) เจ้าสามารถเรียกข้าว่า ‘เว่ย’ (พิทักษ์ ปกป้อง เป็นคำเดียวกับเว่ยของค่ายเว่ย)” กลุ่มคว