เหรินตายแล้ว… …นางตายไปแล้วจริงๆ … …ในดวงตาเย็นชาของมัน คล้ายจะมีเสียงทอดถอนหายใจเงียบๆ ผ่านกาลเวลามายาวนานถึงเพียงนี้ ความเจ็บปวดคล้ายบรรเทาเบาบางลงไปมากแล้ว เบาบางจนแทบไม่หลงเหลือร่องรอย……แต่… …ผูเยาพลันเงยหน้าขึ้น“ต้าเหรินตายแล้ว” มันกล่าวเสียงราบเรียบ ราบเรียบจนแทบเป็นอำมหิตแม่ทัพหญิงขมวดคิ้ว ทำท่าไม่พอใจอยู่บ้างผูเยาดูเหมือนมองไม่เห็นอาการนั้น ยังคงกล่าวพึมพำกับตัวเองเสียงเบา “ต้าเหรินตายแล้ว ทั้งร่างกายทั้งดวงวิญญาณของนาง ล้วนสูญสลายไปหมดแล้ว ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ” มันยื่นมือขวาออกมาจากแขนเสื้อกว้าง กางนิ้วออก ปล่อยให้สายลมพัดผ่านระหว่างนิ้วมันมองตรงไปยังแม่ทัพหญิง กล่าวเสียงเยือกเย็น “ข้านึกออกแล้ว ต้าเหรินตายแล้วจริงๆ”ดวงตาสีโลหิตเย็นเยียบจนไม่มีเศษเสี้ยวของความอบอุ่น มันยกมือขึ้น เปลวไฟสีดำลุกพรึบขึ้นในฝ่ามือ เรือนผมดำขลับเริ่มปลิวสยายอีกครั้ง อาภรณ์คล้ายแพรไหมสีดำกระพือพลิ้วโดยไม่มีลมทั่วทั้งทะเลแห่งจิตสำนึกคล้ายค่อยๆ เนิบช้าลง เพียงได้ยินจังหวะจะโคนอันพิสดารหนึ่งเดียว มีเพียงเสียงเดียวเท่านั้นตงตง… …ตงตง… …ตงตง… …แม่ทัพหญิงสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ดวงตาของนางจับจ้องเปลวไฟสีดำบนฝ่ามือของผูเยาตาไม่กะพริบ จังหวะจะโคนอันพิสดารในอากาศ ที่แท้สอดประสานกับจังหวะการลุกไหม้ของเปลวไฟในฝ่ามือของผูเยา“วิญญาณทองคำเป็นของดีอย่างแท้จริง ดูเหมือนเจ้าเองก็ฟื้นตัวขึ้นมาไม่น้อย” ผูเยาสีหน้าเฉ