อันที่จริง สารรูปของอสูรผมสีส้มในเวลานี้เรียกได้ว่าแปลกพิกลถึงที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมื่อเจ้าตัวไม่รู้ว่าบนปากของมันก็มีบุปผาฟ้าครามเปล่งแสงอยู่ดอกหนึ่ง แต่มันยังคงพูดพร่ าไม่หยุดปาก ดังนั้นบุปผาฟ้าครามอ้าๆ หุบๆ พะเยิบพะยาบ ดูพิกลพิการขัดตายิ่ง“อะแฮ่ม เจ้าไม่รู้สึกอึดอัดหรือ?” จั่วม่ออดถามไม่ได้อสูรผมสีส้มทั่วร่างล้วนปกคลุมไปด้วยบุปผาฟ้าครามส่องประกาย แต่มันดูเหมือนไม่สะทกสะท้าน จั่วม่อไม่คิดว่าบุปผาฟ้าครามดูงดงามตระการตา ตรงกันข้ามมันมีข้อสรุปว่าบุปผาฟ้าคราม ‘โหดเหี้ยมและร้ายกาจ’ หัตถ์พันใบน้อยที่ไม่เคยล้มเหลวมาก่อน กลับไม่สามารถหยุดบุปผาฟ้าครามไว้ได้แม้แต่ชั่ววูบ นับตั้งแต่มันฝึกปรือหัตถ์พันใบน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่พบเจอสถานการณ์เช่นนี้ในแง่ของความพิสดารและความโหดเหี้ยม บุปผาฟ้าครามสามารถจัดเข้าสู่สามลำดับแรกในบรรดาศาสตร์อสูรที่จั่วม่อเคยพบมา ทันทีที่บุปผาฟ้าครามปรากฏขึ้นจั่วม่อถึงกับขนหัวลุกชี้ชัน สังหรณ์อันตรายร้ายแรงพลุ่งขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจ ทั้งยังกลายเป็นหมอกควันปกคลุมหัวใจมัน จนกระทั่งถึงตอนนี้ยังไม่เลือนหายไป“ไม่เป็นไร” อสูรผมสีส้มตอบอย่างภาคภูมิใจ “ร่างอมตะอันสง่างามของข้าผู้นี้ไฉนเลยจะเกรงกลัวดอกไม้ร้ายกาจเหล่านี้? ไม่ต้องอิจฉาเลื่อมใสข้า!”อสูรควันดำใบหน้าแข็งค้าง แล้วเปลี่ยนเป็นประหลาดพิกลอย่างรวดเร็วจั่วม่ออดแย้มยิ้มไม่ได้ เจ้าผู้นี้น่าสนใจนัก“แต่ดอกไม้ร้ายกาจเหล่าน