ดถนี่แต่อสูรผมสีส้มไม่ได้ใส่ใจ ทั้งยังไม่วิตกกังวลแม้แต่น้อย มันวิ่งเข้าไปหาจั่วม่ออย่างตื่นเต้นฮึกเหิม “พี่น้อง หากมีเรื่องสนุกสนาน อย่าลืมเรียกหาข้าด้วย”จั่วม่อหางตาเหลือบเห็นอสูรอื่นๆ กำลังชี้มายังพวกมัน ต้องสะท้านใจวูบ มันทราบว่าอสูรเหล่านั้นจดจำมันได้แล้ว มันแย้มยิ้มให้อสูรผมสีส้ม กล่าวรับคำว่า “อาอา ต่อไปหากมีเรื่องสนุกสนาน ข้าย่อมต้องเรียกหาเจ้าแน่ แต่เวลานี้ข้ายังมีเรื่องบางอย่างต้องไปจัดการ”อสูรผมสีส้มเศร้าเสียดายอยู่บ้าง หลังจากแลกรอยประทับวิญญาณกับจั่วม่อ ก็อำลาไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ มันเห็นได้ชัดว่ายังสนุกไม่พอ อสูรควันดำเองก็สังเกตเห็นสถานการณ์ที่เริ่มตั้งเค้าในระยะไกล อดเหลือบมองจั่วม่ออย่างแปลกใจไม่ได้อสูรผมสีส้มคล้ายเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง หลังจากโบกมืออำลา มันก็จากไปพร้อมอสูรควันดำจั่วม่อชมชอบตัวโง่งมเล็กน้อยผู้นี้มาก ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องกับปลักน้ านี้ มันเหลือบมองไปทางอสูรที่ชี้มายังมันจากที่ห่างไกล ทราบดีว่าร่องรอยของมันไม่อาจปกปิดได้อีก หนานเยว่กับคังเจ๋อกำลังอยู่ในห้วงแห่งการรู้แจ้งในศาสตร์อสูรที่พวกมันเพิ่งได้รับ เป็นเวลาที่ไม่สมควรถูกรบกวนใดๆจั่วม่อทราบดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น มันสงบเยือกเย็นยิ่ง อารมณ์ความรู้สึกไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย นับตั้งแต่ออกจากภูเขาสุญตา มันก็ผ่านพบประสบการณ์อย่างโชกโชน รุดหน้าไปตามทาง พร้อมกับการต่อสู้ฆ