ทราบว่ามีเบาะแสอยู่ในนี้หรือไม่?”จั่วม่อรับจี้หยกจากมือเหวยเสิ้ง จี้หยกนี้เก่าแก่โบราณยิ่ง มุมด้านหนึ่งแตกบิ่นเพียงมองปราดเดียว ก็เห็นได้ว่านี่เป็นโบราณวัตถุที่ผ่านกาลเวลามานับไม่ถ้วน จั่วม่อกระหายใคร่รู้ในวัตถุที่ปฐมาจารย์บรรพชนแห่งสำนักสุญตาเหลือทิ้งไว้เป็นอย่างยิ่ง“ฮะ” ทันใดนั้นมันอุทานเบาๆ “มีอะไรแปลกๆ”“ฮะ” ผูเยาในทะเลแห่งจิตสำนึกก็ทำเสียงประหลาดใจพร้อมกัน “มีอะไรแปลกๆ!”หนึ่งคนหนึ่งอสูรกล่าวแทบเป็นเสียงเดียวกัน“แปลกอย่างไร?” เหวยเสิ้งที่ค้างคาใจมานานรีบถามจั่วม่อยังไม่ตอบคำ แต่พริ้มตาหลับลง พลังจิตสำนึกแผ่ออกห่อหุ้มรอบจี้หยกราวกับกระแสน้ าเหวยเสิ้งสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย พลังจิตสำนึกของศิษย์น้องเข้มแข็งยิ่ง! หรือว่าศิษย์น้องคิดเดินไปในวิถีทางแห่งนักบวชเซน? จากนั้นมันนึกขึ้นได้ว่าศิษย์น้องหลงใหลในวิชาค่ายกล ค่อยคิดว่าหรือศิษย์น้องคิดเป็นเซียนยันต์? ไม่ว่าจะเป็นนักบวชเซนหรือเซียนยันต์ ล้วนมุ่งเน้นฝึกปรือพลังจิตสำนึก แต่พวกมันมีแนวทางฝีมือที่ตรงกันข้ามอย่างสมบูรณ์ จิตสำนึกของนักบวชเซนกระจ่างแจ้งมั่นคง แผ่ไพศาลและสงบสุข ในขณะที่จิตสำนึกของเซียนยันต์เดินไปในแนวทางพันเปลี่ยนหมื่นแปรเชี่ยวชาญการประสานงานพลังยันต์อันหลากหลายเข้าด้วยกัน“อา?” เหวยเสิ้งตะลึงงัน จิตสำนึกของศิษย์น้องถึงกับเหนือล้ ากว่าเหล่านักบวชเซนและเซียนยันต์ที่มันเคยพบพานมาทั้งหมด แทบบรรลุถึงขั้นน่าแตกตื่นสะท้านใจแล้ว