ดยิ่ง ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย”เหวยเสิ้งยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้แปลกใจมากนัก ในความเห็นของมัน มันและศิษย์น้องล้วนเยาว์วัยทั้งคู่ ความรอบรู้ของพวกมันมีจำกัด การที่พวกมันไม่เคยเห็นหรือได้ยินเรื่องราวบางอย่างก็นับว่าปกติธรรมดา หากพวกมันเคยเห็นมาก่อนต่างหาก จึงจะน่าประหลาด สิ่งที่มันไม่ล่วงรู้ก็คือที่จั่วม่อบอกว่าไม่เคยพบเห็นมาก่อน นี่รวมถึงอสูรเฒ่าอายุหลายพันปีที่อยู่ภายในจิตสำนึกของจั่วม่อด้วยจั่วม่อแทบไม่เคยเห็นสีหน้าสะพรึงกลัวอย่างรุนแรงบนใบหน้าของผูเยามาก่อนนี่นับเป็นครั้งแรก โดยทั่วไปผูเยาเสพติดการวางท่าอวดโอ่ ราวกับว่ามันเป็นจอมอสูรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสามภพ ยากนักที่จะได้เห็นมันหน้าซีดเผือดและเผยความประหลาดใจอย่างสุดแสน“เจ้าที่แท้พบสิ่งใดกันแน่?” จั่วม่ออยากรู้อยากเห็นเสียจนเบิกตากลมโตเท่าไข่ห่าน“ทรงพลังยิ่ง!” ผูเยาลืมตา ถอนหายใจยาวเยือก เค้าความตื่นตระหนกบนใบหน้ายังไม่บรรเทาเบาบางลง “พลังสภาวะบนจี้หยกถูกทิ้งไว้ตั้งแต่สองหมื่นกว่าปีมาแล้ว”“สองหมื่นกว่าปีมาแล้ว… …” จั่วม่อรู้สึกเหมือนลิ้นผูกเป็นปม ตะกุกตะกักอยู่ครึ่งค่อนวัน ยังไม่ทราบจะกล่าวอันใดสองหมื่นกว่าปี!หากผ่านกาลเวลาสองหมื่นกว่าปี ต่อให้เป็นซิวเจ่อหรืออสูรปิศาจที่ทรงพลังสุดฟ้าสุดดิน ยังกลายเป็นฝุ่นกองหนึ่ง มีแต่จะสลายหายไปโดยไม่เหลือร่องรอย ในสนามรบโบราณแห่งนี้พวกมันก็พบเจอมานักต่อนัก กองซากศพที่ผุกร่อนเหี่ยวแห้ง เพียงสัมผัสถูก