ยแดนร้างใช่หรือไม่?”อสูรหนุ่มที่ใบหน้าและร่างกายปกคลุมด้วยเส้นสายสีฟ้าสด จ้องมองจั่วม่อด้วยสายตาเย็นเยือกจู่เหรินของกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง?จั่วม่อเหลือกตาตลบหนึ่ง แต่ไม่ตอบค่า หันไปถามคังเจ๋ออย่างกระหาย “เราจะท่าการค้ารายนี้เมื่อใด?”อสูรสีฟ้าครามกวาดตามองคังเจ๋อแวบหนึ่ง กล่าวเสียงราบเรียบ “ตระกูลคังช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ ถึงกับกล้าเป็นศัตรูกับสมาพันธ์อัจฉริยะเรา!”คังเจ๋อม่านตาหดแคบลงในบัดดล “สมาพันธ์อัจฉริยะ? ท่านที่นับถือเป็นใคร?”“ชิงฮวาจางสุ่ย” อสูรสีฟ้าครามกล่าวแผ่วเบา แต่แฝงแววเย่อหยิ่งทระนงอย่างเปี่ยมล้นคังเจ๋อสะท้านขึ้นทั้งร่าง ชั้นเหงื่อเล็กละเอียดผุดขึ้นทั่วใบหน้าการค้าของมันถูกขัดจังหวะ จั่วม่อไม่พอใจยิ่ง พลิกมือวูบหนึ่ง ปรากฏม้านั่งตัวเล็กๆ ขึ้นบนฝ่ามือ มันเสือกส่งม้านั่งเล็กไปตรงหน้าอสูรสีฟ้าคราม “รับไว้”“อา?” ชิงฮวาจางสุ่ยจ้องมองม้านั่งที่สร้างขึ้นจากศาสตร์อสูรอย่างมึนงง ดวงตาทอประกายวูบ ม้านั่งนี้ทั้งหยาบกระด้างและเรียบง่าย หรือว่าเจ้าผู้นี้คิดแข่งขันศาสตร์อสูรกับมัน?จั่วม่อกลับชี้ไปอีกทาง “ไปทางโน้น เอาม้านั่งนั่นไป ไปนั่งวาดวงกลมเล่นอยู่ตรงมุมโน่น”ใบหน้าสีฟ้าครามของชิงฮวาจางสุ่ยเปลี่ยนเป็นแดงฉานในบัดดล ในชั่วแวบเดียวมันสมองขาวว่างเปล่าไปหมดอับอายขายหน้า มันอับอายขายหน้าเป็นที่สุด!