มา นางระงับความพลุ่งพล่านใจ ก้มศีรษะคารวะ “ต้าเหริน”“เจ้าฝึกปรือไปถึงไหนแล้ว?” จั่วม่อถาม เหลือบมองคังเจ๋อที่ด้านข้างแวบหนึ่งหนานเยว่อึกอักขึ้นมาทันที ไม่กี่วันมานี้ข่าวสารทุกอย่างท่าให้นางฟุ้งซ่านวุ่นวาย ไหนเลยจะมีกะจิตกะใจมาฝึกปรือ?จั่วม่อขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้ต่าหนินาง เพียงถามอย่างสนใจใคร่รู้ “มีเรื่องอันใด?”ในความเห็นของมัน หนานเยว่ก็เป็นผู้งมงายการฝึกปรือผู้หนึ่ง ไม่ถูกต้อง เป็นอสูรงมงายการฝึกปรือนางหนึ่ง การที่นางละเลยการฝึกปรือนับว่าผิดปกติมากหนานเยว่รู้สึกละอายใจขึ้นมาทันที ปรารถนาจะหารอยแตกในพื้นดินซุกหน้าเข้าไปหลบซ่อน “ต้าเหริน เป็นเรื่องของสมาพันธ์อัจฉริยะ… …”หนานเยว่เอยหนานเยว่ เจ้าไฉนอ่อนแอถึงเพียงนี้ กับแค่ข่าวเล็กน้อยเพียงเท่านี้เจ้าก็ไม่มีแก่ใจจะฝึกปรือแล้ว! ต่อไปจะติดตามต้าเหรินได้อย่างไร! ในใจนางเต็มไปด้วยค่าต่าหนิติเตียนตัวเอง“สมาพันธ์อัจฉริยะ?” จั่วม่องงงันวูบ สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในใจคือ นามอันโอหังบังอาจกระไรปานนี้! ปฏิกิริยาประการที่สองคือ “นั่นมันตัวอะไร?”นั่นมันตัวอะไร… …หนานเยว่คล้ายน้่าท่วมปากหรือลิ้นพันกันเป็นปม ไม่ทราบจะตอบอย่างไรดี คังเจ๋อที่ด้านข้างก็มีสีหน้าประหลาดพิกล“ต้าเหรินไม่เคยได้ยินนามของสมาพันธ์อัจฉริยะมาก่อนหรือ?” คังเจ๋ออดสอดปากซักไซ้ไม่ได้“ไม่” จั่วม่อสั่นศีรษะอย่างสัตย์ซื่อ “แข็งแกร่งนักหรือ? หรือว่าพวกมันเป็นอสูรฟ้า?”คังเจ๋อกลืนน้่าลายอย่างฝื