งพันธมิตรร้อยบุปผา เกอก็เคยถล่มมารดามันจนย่อยยับมาแล้วจั่วม่อรู้สึกภาคภูมิล่าพองอย่างสุดแสน ความขุ่นข้องค้างคาเพียงหนึ่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจมัน ก็คือแม่นางน้อยกระเรียนกระดาษ หากยามนี้มันพบพานแม่นางน้อยกระเรียนกระดาษ มันจะต้องกดร่างนางลงกับพื้น แล้วทุบตีนางจนหน้าบวมฉึ่งเหมือนหัวหมู กรรโชกจิงสือจากนาง จากนั้นโยนนางเข้าไปในค่ายกลลวงตาให้นางได้รับทราบความร้ายกาจ แล้วค่อยปล่อยนางไป เป็นอันจบสิ้นหนี้แค้นแต่หนหลัง“ต้าเหริน” คังเจ๋อไม่ได้สังเกตว่าจั่วม่อยังจมอยู่ในจินตนาการอันบรรเจิด กล่าวอย่างอ่อนน้อมเทิดทูนเป็นที่สุด “ตระกูลคังยินดีมอบวิญญาณทองค่าปีละสิบดวงเป็นบรรณาการแก่ต้าเหริน!”“ประเสริฐ!” จั่วม่อได้สติทันที ปิติยินดียิ่ง รีบถามว่า “เมื่อใดเจ้าจะมอบวิญญาณทองค่าให้แก่ข้า?”คังเจ่อจู่ๆ ก็รู้สึกว่ามันคล้ายพบพานนักต้มตุ๋นผู้หนึ่ง ต้าเหรินคง…ไม่ใช่นักต้มตุ๋นใช่หรือไม่? มันร่าพึงในใจอย่างหวาดเสียว แต่บนใบหน้าไม่ได้เปิดเผยร่องรอยใด เพียงสะกิดเตือนอย่างระมัดระวัง “ต้าเหริน ท่านคงไม่ได้หลงลืมศาสตร์รอยแผลสีเทากระมัง?”“อ้อ ใช่ใช่ เจ้ารอประเดี๋ยว” จั่วม่อรีบเข้าไปหาผูเยาผูเยาในเวลานี้ ดวงตาเจิดจ้าประดุจหมาป่าหิวโหย จ้องมองจั่วม่อเขม็งด้วยดวงตาเขียวแวววาวน่าขนลุก ไม่เอ่ยปากแม้สักครึ่งค่าจั่วม่อพอเห็นสายตานั้นต้องขนลุกซู่ ลอบร่าพึงร่าพันในใจ ผูเยาคงไม่คิดร่ายวิชาภาพลวงตาใส่มันด้วยใช่หรือไม่?ผ