รื่องราวอันชวนหวนรำลึกในสำนักเมื่อครั้งอดีตสุดท้ายอดทอดถอนหายใจไม่ได้“จะว่าไป หากไม่ได้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ พวกเราก็คงไม่ได้เป็นเช่นทุกวันนี้”ฤทธิ์สุราพลุ่งพล่านขึ้นสมองจั่วม่อ มันไม่ได้ใช้พลังปราณช่วยสะกดฤทธิ์สุราแม้แต่น้อยกล่าวด้วยรอยยิ้มเมามายอยู่บ้าง “หากในอดีตไม่ต้องเผชิญกับปัญหาและความห่วงพะวง ใจกระบี่ของศิษย์พี่ไหนเลยจะเข้มแข็งได้ถึงเพียงนี้? หากระหว่างทางไม่เคยพบพานอันตราย ข้าก็ไม่ทราบว่าวันนี้ข้าจะซุกตัวอยู่ในซอกมุมเล็กๆ ที่ใด ข้าอาจยังเป็นเพียงเกษตรกรปราณหรืออะไรทำนองนั้น”“ถูกต้อง!” เหวยเสิ้งยกถุงสุราขึ้นกรอกปากอักๆ ปล่อยให้สุราที่ล้นออกมา ไหลลงไปตามลำคออย่างไม่ใส่ใจ แล้วพลันกล่าว “ศิษย์น้อง จุดมุ่งหมายของเจ้าคืออะไร?”“จุดมุ่งหมาย?” จั่วม่อชะงักกึก เอียงคอขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นยกนิ้วขึ้นนับพลางกล่าว “ก่อนอื่นก็รักษาอากุ่ย แล้วค่อยสืบหาชาติกำเนิดของข้า อย่างไรก็ตามสองเรื่องนี้ไม่อาจบังคับแข็งขืน ข้าไม่ได้คาดหวังอันใดมากมาย สิ่งที่สำคัญที่สุด คือทำกำไรจิงสือมากขึ้นและทำให้ทุกคนมีวันคืนที่ดี พวกมันสู้อุตส่าห์ติดตามข้ามาเผชิญกับอันตรายเหล่านี้ ย่อมมิอาจทำให้พวกมันผิดหวัง”“ฮ่าฮ่า!” เหวยเสิ้งแหงนหน้าหัวร่อดังกระหึ่ม “จากกันสามวัน ข้าต้องมองเจ้าใหม่! ศิษย์น้องในอดีตเป็นคนที่กลัวเกิดเรื่องมากที่สุด วันนี้กลับมีจุดมุ่งหมายอันยอดเยี่ยม ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง!”คำของเหวยเสิ้งทำเอา