จั่วม่อหน้าแดงวูบ “จุดมุ่งหมายอันยอดเยี่ยมอันใด? ข้าเพียงไม่อาจลงจากหลังม้า! ศิษย์พี่อย่าได้หัวร่อเยาะข้าแล้ว!”“นี่เป็นสิ่งที่ดี!” เหวยเสิ้งลดถุงสุราในมือลง กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าคิดมานานแล้วว่าศิษย์น้องไม่ได้ขาดแคลนพรสวรรค์ แต่นิสัยใจคอของเจ้าไม่อนาทรร้อนใจเกินไปหน่อย เวลานี้ศิษย์น้องเมื่อมีจุดมุ่งหมายที่ดี เจ้าย่อมต้องพบพานความสำเร็จเหล่าผู้ติดตามของศิษย์น้องเจ้าในตอนนี้ กระทั่งผู้คนในสำนักเรายังไม่อาจยกขึ้นเทียบได้แม้แต่น้อย”“แล้วศิษย์พี่เล่า? ท่านมีจุดมุ่งหมายอย่างไร?” จั่วม่อถามอย่างใคร่รู้“ข้า?” เหวยเสิ้งขบคิดแวบหนึ่ง ทันใดนั้นยกถึงสุราเทกรอกปากอีกหน เมื่อลดถุงสุราลงมา ใบหน้ามันกลายเป็นเคร่งเครียดจริงจัง “ในชีวิตนี้ ข้าเพียงแสวงหาจุดสูงสุดแห่งกระบี่!”วาจาของเหวยเสิ้งทั้งเข้มเข็งแกร่งกร้าว และมั่นคงแน่วแน่ ปราศจากความลังเลหรือความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้สักส่วนเสี้ยว!“ประเสริฐ!” ในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ ผูเยาอดร้องชมเชยไม่ได้จั่วม่อในใจบังเกิดความนับถือเลื่อมใส มันนึกถึงม้วนหยกที่ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้แก่มัน ซึ่งบันทึกความทุกข์ยากตรากตรำที่ศิษย์พี่ใหญ่เคยประสบมา ในระหว่างการติดตามแสวงหามรรคากระบี่ ถ้อยคำเหล่านั้นไหลผ่านในสายตามัน ในแง่ของความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ในบรรดาผู้คนที่มันพบพานมาทั้งหมด รับรองว่าไม่มีผู้ใดเกินศิษย์พี่ใหญ่มีเพียงคนเช่นศิษย์พี่ใหญ่เท่านั้น จึงสามารถเดินไ