ว้างไม่ได้จั่วม่อรู้สึกลำคอตีบตัน จมูกแสบร้อน แทบหลั่งน้ าตาออกมาเหวยเสิ้งตบไหล่จั่วม่อ กล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “เราพี่น้องได้พบกันอีกครั้งนับเป็นเรื่องดีงาม อย่าได้พิรี้พิไรดุจอิสตรีแล้ว”“ศิษย์พี่ใหญ่ประเมินข้าต่ าเกินไปแล้ว” รอยยิ้มของเหวยเสิ้งคล้ายแพร่ระบาดได้ จั่วม่อยืดอก แสร้งทำท่าเป็นวีรบุรุษอันยิ่งใหญ่สองศิษย์พี่น้องสบตากันวูบ เห็นเค้าความเบิกบานใจในดวงตาอีกฝ่าย ต้องแหงนหน้าหัวร่อประสานเสียงดังกระหึ่มไม่มีผู้ใดคาดคิด ว่าพวกมันจะพบพานกันอีกครั้งในสถานที่เยี่ยงนี้ ความสุขหรรษาของการพบหน้าเหนือกว่าทุกสิ่ง กระทั่งหมอกภูตสุดแสนอันตราย ยามนี้ยังดูน่าใกล้ชิดสนิทสนมยิ่ง พวกมันรู้สึกไม่ห่วงกังวลแม้แต่น้อยขอเพียงมีพวกมันพี่น้อง ต่อให้เป็นนรกโลกันตร์ก็หาหวั่นไม่!
สถานการณ์สู้รบที่แนวหน้ามีแนวโน้มจะเข้าสู่เสถียรภาพ มหานครนภาโลหิตในที่สุดถูกอสูรปิศาจยึดครองอย่างสมบูรณ์ หลายพันปีมานี้ อาณาจักรแห่งนี้ไม่ต่างจากสนามหลังบ้านของซิวเจ่อ สถานที่ที่พวกมันเอาไว้ไล่ล่าอสูรปิศาจ บัดนี้ถูกทัพอสูรและทัพปิศาจแบ่งกันยึดครองอย่างสิ้นเชิงนับเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของอสูรปิศาจในรอบหลายพันปีมู่ซีทอดตามองมหานครนภาโลหิตที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ นางเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น ว่าทัพอสูรปิศาจจะต้องเป็นผู้กำชัยในสงครามขั้นสุดท้ายไม่ว่ามองไปยังที่ใด ก็พบเห็นต้นไม้อสูรสงครามมากมายเหลือคณานับเติบโตเป็นผืนป