ึง มันกลับรู้สึกสนิทชิดเชื้อเป็นที่สุด แต่สังหรณ์อันตรำยของมันเฉียบไวกว่ำซิวเจ่อทั่วไป ส่วนลึกของหมอกท ำให้มันบังเกิดสังหรณ์อันตรำยอย่ำงรุนแรงจนชวนสะท้ำนใจ กระทั่งตัวประหลำดที่ขวัญกล้ำบังอำจอย่ำงมัน ยังไม่กล้ำล่วงลึกเข้ำไป มันอำจทระนงถือดี แต่ไม่ได้โง่งม หลังจำกร่วม ‘ตกปลำ’ กับจั่วม่อและกงซุนชำมำหลำยวัน สือผิ่นยิ่งล่วงรู้ชัดแจ้งถึงภยันตรำยที่มีอยู่ในหมอกภูตแน่นอน อันตรำยที่ร้ำยแรงที่สุด เป็นนกโหดร้ำยไร้เหตุผลที่อยู่ด้ำนข้ำงนี่ต่ำงหำก… …สือผิ่นเหลือบมองนกโง่ที่พริ้มตำหลับสนิท แล้วหดคอลงตำมสัญชำตญำณ
“มีคนอยู่ในสถำนที่บัดซบนี้ด้วยหรือ?” เหลยเผิงค ำรำม ไม่อำจเข้ำใจอยู่บ้ำง“บำงทีอำจจะเป็นผู้สืบเชื้อสำยของผู้ฝึกตนสมัยโบรำณ” เหนียนลู่ปัดผมอย่ำงสง่ำงำม ตอบด้วยสีหน้ำเคลิ้มฝัน“ผู้สืบเชื้อสำยของผู้ฝึกตนสมัยโบรำณ… …”ผู้คนรอบข้ำงลอบคร่ ำครวญอย่ำงหวนโหย เจ้ำผู้นี้อ่ำนนิทำนฟังข่ำวลือมำกเกินไปแล้ว!เหลยเผิงจ้องมองเหล่ำองครักษ์ทุกข์ยำกที่ก ำลังโลดแล่นไปตำมพื้นอย่ำงปรำดเปรียว สีหน้ำเต็มไปด้วยควำมอิจฉำเลื่อมใส “สถำนที่อนำถำนี้นับว่ำจี้ใส่จุดอ่อนถึงตำยของเรำจริงๆ แต่พวกค่ำยเว่ยกลับมีช่วงเวลำอันปลอดโปร่งสว่ำงไสว! กระทั่งข้ำยังอยำกฝึกปรือเคล็ดองครักษ์ทุกข์ยำกขึ้นมำเสียแล้ว”พวกมันก ำลังฝึกปรือเคล็ดปรำณภูต แต่เนื่องจำกเพิ่งเริ่มฝึกปรือได้ไม่นำนนักพวกมันเพียงแค่พอกล้ ำกลืนป้องกันกำรกัดกร่อนของหมอกภูตได้เท่ำ