งเจ๋อเป็นรายต่อไป กล่าวว่า “เจ้าบอก”คังเจ๋อปลุกปลอบขวัญกำลังใจ กล่าวว่า “ต้าเหริน ตระกูลของเรายินดีมอบให้ต้าเหรินแปดล้านต่อปี ตระกูลไม่มีหอวิญญาณหทัย แต่เรายินดีมอบวิญญาณทองคำให้แก่ต้าเหรินปีละสามผล”ไป๋โหยวเหลียนสีหน้าเปลี่ยนเป็นขัดตาสุดทนดู คังเจ๋อสามารถจ่ายราคาแปดล้านต่อปี นางไม่ได้ตื่นตระหนกเท่าใด สิ่งที่ทำให้นางตกใจจริงๆ กลับเป็นวิญญาณทองคำ!คำเล่าลือที่ว่าตระกูลคังครอบครองต้นไม้ทองดำ ดูท่าว่าจะจริงแท้แน่นอนเสียแล้ว!หากสีหน้าของไป๋โหยวเหลียนเรียกว่าน่าเกลียดอยู่บ้าง เช่นนั้นสีหน้าของเหลิ่งเยวี่ยก็ซีดจนเขียวดุจคนตาย ความหวังเสี้ยวสุดท้ายในใจมันพังทลายไปกับตา ไม่ต้องกล่าวถึงว่าตระกูลไม่ได้มอบให้มันมีอำนาจในการต่อรอง ต่อให้มันได้รับอนุญาตมาจริง มันก็เชื่อว่าตระกูลมันไม่มีปัญญาจ่ายราคาที่สูงกว่านี้ได้ไม่ใช่เพียงแค่ตระกูลเหลิ่งที่ไม่มีปัญญา ตระกูลไป๋เองก็ไม่สามารถเช่นกันพอเห็นใบหน้าเขียวคล้ าของไป๋โหยวเหลียน เหลิ่งเยวี่ยผู้สลดหดหู่พลันรู้สึกดีขึ้นมากจั่วม่อแม้ว่าไม่ล่วงรู้ว่าวิญญาณทองคำเป็นตัวอะไร แต่สัญชาตญาณบอกมันว่า นี่จะต้องเป็นสิ่งของที่ดีและหายากอย่างแน่นอน“วิญญาณทองคำ!” ผูเยาเสียงสั่นระริกอยู่บ้าง “เอาอันนี้เถอะ!”จั่วม่อยังไม่รับปาก มันผงกศีรษะให้คังเจ๋อ จากนั้นหันไปมองเหลิ่งเยวี่ยเหลิ่งเยวี่ยฝืนยิ้ม กล่าวอย่างซื่อสัตย์ว่า “ต้าเหริน เราไม่สามารถให้ราคาสูงกว่าพี่คังเจ๋อ”คำตอบนี