งแก่ใจ ว่ายามที่สายนำพิโรธ สามารถบรรลุถึงพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวปานใดรอบกายมันพลันเต็มไปด้วยไอนำอันเปี่ยมล้นสมบูรณ์แทบจะชั่วพริบตาเดียว ผืนนำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ปรากฏขึ นใต้ฝ่าเท้าจั่วม่ออย่างฉับพลันเล็กกะจ้อยร่อยดุจฝุ่นธุลี… ความรู้สึกเล็กจ้อยด้อยค่าของจั่วม่อหวนกลับมาอีกครั ง!ต่อหน้าลมหายใจวารีกว้างไพศาลที่กำลังพิโรธโกรธเกรี ยว ผู้คนอดไม่ได้ ต้องรู้สึกถึงความเล็กกะจ้อยร่อยอันไร้คุณค่าความหมายของตนจั่วม่อเม้มปากแน่น ฝืนรั งจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เอาไว้อย่างเต็มที่ สองหัตถ์ของมันยังคงกรีดวาดกลางอากาศอย่างวิจิตรบรรจงพลังทั งหมดในร่าง ปะทุขึ นในบัดดล!มาเถอะ!จั่วม่อทันใดนั นแหงนเงยขึ น ดวงตาสีแดงฉานส่องวาบแทบจะในเวลาเดียวกัน บนเงาสีเทาปรากฏลูกไฟสีแดงก่ าสองดวง เปล่งประกายสว่างไสว พวกมันประดุจดวงตาอันโหดเหี ยมเย็นชาคู่หนึ่ง ใหญ่โตเท่าตะเกียงสีแดงฉาน ราวกับแต่งแต้มประกายชีวิตให้แก่ภาพวาด เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ร่างเงาสีเทาของสัตว์ร้ายแดนร้างที่คล้ายเลือนรางอยู่บ้าง กลับกลายเป็นไม่เหลือเค้าลางของความเลื่อนลอยอีกต่อไปมันมีชีวิต!แม้ว่ารูปลักษณ์ของสัตว์ร้ายแดนร้างยังไม่เที่ยงแท้แน่นอน แต่บรรดาอสูรทั งหมดล้วนบังเกิดความรู้สึกอย่างรุนแรง ว่ามันยังมีชีวิต!พลังสภาวะสุดอหังการเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง ทันใดนั นระเบิดวาบออกมาประหนึ่งภูเขาไฟปะทุ พุ่งทะลวงเข้าไปในชั นเมฆ!มันมีชีวิตอย่างแท้จริง!เหล่า