อยู่ในความมืด พร้อมฉกได้ทุกเมื่อ
“ได้เวลา…สะสางบัญชีกับโมหลัวแล้ว!”
ซูเฉินพึมพำเบา ๆ
จากนั้นเขาก็ออกจากห้องลับทันที
“แดนลับเขาอู่หลงจะเปิดอีกไม่กี่วัน! อาจารย์ของข้าจะต้องมาถึงก่อนเปิดแน่นอน…นี่คือโอกาสดีที่จะไปเฝ้ารอที่นิกายเทพศาสตรา! และในระหว่างนั้น…อาจหาโอกาสจัดการโมหลัวไปพร้อมกัน!”
ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความคาดหวัง
ซูเฉินออกจากจวนหลิว มุ่งหน้าสู่นิกายเทพศาสตรา
แต่แล้ว…
“หืม?”
ขณะนั้นเอง เขารับรู้ถึงกลิ่นอายสังหารอันลี้ลับจาง ๆ ที่กำลังล็อกเป้าหมายมายังตน
มีใครบางคน…ลอบวางแผนจะฆ่าเขา!
แม้เขาจะเพิ่งบรรลุเพียงขอบเขตจ้าวยุทธ์ แต่ด้วยจิตยุทธ์ที่หลอมรวมแล้ว ประสาทสัมผัสของเขาก็เฉียบคมยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป เขาจึงสัมผัสได้ทันทีถึงเจตนาฆ่าที่ซ่อนอยู่
“เป็นพวกจากราชวงศ์ต้าหลิน หรือเป็นคนของโมหลัวกันแน่?”
ซูเฉินขบคิด
ทว่าใบหน้ากลับยังคงสงบนิ่ง เขาหลบเลี่ยงฝูงชน เดินตรงไปยังป่าละเมาะใกล้นิกายเทพศาสตรา
“ตามข้ามาตลอดทางเช่นนี้…เจ้ายังไม่คิดจะปรากฏตัวอีกหรือ?”
ซูเฉินหันกลับมากล่าวเสียงเรียบ
“โอ้? เจ้ายังสามารถจับข้าได้อีกหรือนี่? ช่างน่าสนใจนัก!”
เสียงทุ้มเบาดังขึ้นเบื้องหน้า
ไม่ไกลนัก ชายวัยกลางคนในชุดเขียว มือถือพัดพับปรากฏตัวออกมาอย่างเงียบงัน
รูปลักษณ์ของเขาดูคล้ายบุรุษแต่แฝงไปด้วยความอ่อนช้อยของสตรี ลมหายใจเย็นยะเยือก แววตาสาดประกายแหลมคมดั่งงูพิษ มองซูเฉินด้วยสายตาเย้ยหยัน
“ขุน