้ปดน่าอนาถอยู่บ้าง แต่โชคดีที่ใบหน้าของมันหนาพอสมควรฉีกลับไม่คิดว่าจั่วม่อโกหกพกลม มันเคยพบพานมหาอสูรที่ทรงพลังหลายตนทราบดีว่าอสูรมากมายมีนิสัยแปลกประหลาด และไม่ใส่ใจกับเรื่องปลีกย่อยเหล่านี้อย่างไรก็ตาม มันไม่คิดเสียเวลาสนทนาไปมากกว่านี้ ดังนั้นกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า“วันนี้ข้าพาพวกมันมาชมดูสนามประลองในคุก นี่ก็ล่าช้าไปมากแล้ว คงต้องขอตัวอำลาไปก่อน”จั่วม่อรีบประสานมือคารวะ ฉีฉุดลากเหล่าอสูรน้อยกลุ่มหนึ่ง หายตัวไปอย่างรวดเร็วหากจากพวกมันจากไปไกล จั่วม่อค่อยหันมาถามหนานเยว่ “สนามประลองในคุกคือสิ่งใด?”หนานเยว่มีสีหน้าแปลกพิกลอยู่บ้าง ต้าเหรินไฉนไม่รู้จักสนามประลองในคุก?นางไม่ค่อยเชื่อนัก อสูรอะไรกันไม่รู้จักสนามรบในคุก? แต่นางพยายามระงับความงุนงงสงสัยในใจ ตอบอย่างเรียบๆ ร้อยๆ ว่า “สนามประลองในคุกเป็นสถานที่สำหรับฝึกการต่อสู้จริง ภายในมีค่ายกลอสูรอยู่มากมาย มีแต่ใช้ศาสตร์อสูรเท่านั้นจึงสามารถทำลายได้”“ค่ายกลอสูร?” จั่วม่อตาลุกวาบ แค่ประโยคนี้ก็สร้างความหวั่นไหวใจให้มันเป็นอย่างยิ่ง ค่ายกลอสูร ดูจากนามสมควรเป็นค่ายกลที่เหล่าอสูรใช้งาน หากเทียบกับค่ายกลยันต์ที่ซิวเจ่อใช้ ไม่ทราบว่าแตกต่างกันที่ใด?มันกล่าวทันที “อ้อ รีบนำข้าชมดู”หนานเยว่ยิ่งรู้สึกแปลกพิกลกว่าเดิม แต่ยังคงรับคำอย่างอ่อนน้อม “ทราบแล้ว!”หกชั่วยามสำหรับจั่วม่อเป็นเวลานานพอสมควร มันไม่รีบไม่ร้อน ระหว่างทางก็สอนศาสตร์อสูรให้แก่ห