“นั่นจะได้อย่างไร!” หลวงจีนหนุ่มยืดตัวตรง กล่าวอย่างเคร่งเครียด “ศิษย์พี่ต้องรับปากข้าว่าจะรักษาตัวเอง ข้าจึงสามารถจากไปอย่างวางใจ เม็ดยาเก้าคดเคี้ยวยังขาดพืชหญ้าปราณที่จำเป็นอีกไม่กี่ชนิดเท่านั้น ไปคราวนี้ข้าจะเสาะหาอย่างถี่ถ้วนรอจนหลอมกลั่นเม็ดยาเก้าคดเคี้ยวสำเร็จ ศิษย์พี่ฟื้นฟูพลังฝีมือ เฮอะ ลองมาดูกันว่าผู้ใดกล้าหยามดูแคลนศิษย์พี่อีก!”กล่าวถึงประโยคท้าย ในดวงตาสาดประกายเกรี้ยวกราดวูบหนึ่ง“ศิษย์น้อง เจ้าต้องปล่อยวางโทสจริต” หลวงจีนจีวรเหลืองกล่าวเบาๆ“ศิษย์พี่สั่งสอนถูกต้อง” หลวงจีนหนุ่มก้มหน้า รีบยอมรับความผิด“แม้ว่าเจ้าจะลงเขาไป ก็อย่าได้ละเลยการฝึกจิตแห่งเซนของเจ้า”“ทราบแล้ว”
อีเจิ้งเหลียวมองย้อนกลับไปยังวัดเล็กๆ ที่อยู่ด้านหลังภูเขา ทะยานร่างขึ้น หายวับไปกลางท้องฟ้า เหาะเหินไปได้ไม่นานนัก ก็พบพานผู้คนกลุ่มหนึ่ง เมื่อเห็นคนเหล่านั้นชัดตา อีเจิ้งอดขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่ได้ฝ่ายตรงข้ามก็พบเห็นอีเจิ้งในทันทีเช่นกัน รีบชะลอความเร็วลง“ฟังว่าศิษย์น้องกำลังจะเดินทางไกล ยินดีด้วย ยินดีด้วย!” ผู้มาแย้มยิ้มพลางประสานมือทักทายอีเจิ้งประสานมือคำนับตอบอย่างเยือกเย็น “ล้วนอาศัยบารมีและความเมตตาของศิษย์พี่ทุกท่าน”สองฝ่ายสนทนากันเล็กน้อย หลังจากพบว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีอารมณ์สนทนา ก็อำลาจากกันไปอีเจิ้งอารมณ์ขุ่นมัวแต่แรก เวลานี้ยิ่งย่ าแย่ลงไปอีก คนเหล่านี้เป็นศิษย์ในสาขาของอาจารย์คุ่ย สำนักเวลานี้เ