ึกปรือหนักหน่วงขึ้นเห็นเช่นนี้ จั่วม่อก็เริ่มต้นฝึกปรือตัวเอง ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ก็ยิ่งดีกว่าสิ่งใดทั้งหมดผูเยากล่าวว่ามันเคยมีฉายา ‘สารานุกรมศาสตร์อสูรเคลื่อนที่’ จั่วม่อคิดว่าฉายานามนี้อวดโอ่เกินจริงไปบ้าง ไม่ใช่แค่หนสองหนที่ตัวประหลาดนี้ชมชอบอวดโอ่ แต่เจ้าผู้นี้ก็สำแดงความสามารถออกมาอย่างแท้จริงเมื่อเริ่มบรรยายศาสตร์อสูรทีละวิชาๆศาสตร์อสูรน้อยทั้งห้าร้อยวิชา เมื่อผ่านการตีความจากผูเยาอีกครั้ง จั่วม่อกลับบังเกิดมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงอย่างไรก็ตาม จั่วม่อสนใจศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยมากกว่า“ผู สอนศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยให้ข้าอีกสองกระบวนท่าสิ!” จั่วม่อเงยหน้าขึ้น รบเร้าแกมประจบผูเยาตอบอย่างใจลอย “อ้อ อย่าคิดแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ลงแรงไปหน่อยเลย อาศัยความสามารถเพียงเท่านี้ของเจ้า คิดผสานศาสตร์อสูรน้อยสองวิชาให้ได้วิชาที่ร้ายกาจ เป็นเพียงความเพ้อฝัน”“เช่นนั้นสามารถสอนศาสตร์อสูรที่ร้ายกาจสักวิชาหรือไม่?”“เจ้ากระจ่างแจ้งในศาสตร์อสูรน้อยทั้งหมดแล้วหรือ?” ผูเยาชายตามอง“เกือบทั้งหมดแล้ว” จั่วม่อมีความมั่นใจมากในเรื่องนี้“เช่นนั้นหรือ?” ผูเยาแย้มยิ้มเล็กน้อย “เช่นนั้นมาลองทดสอบกันดู”“ทดสอบ? ทดสอบอันใด?” จั่วม่อเริ่มระแวงคำถามยังไม่ทันจะขาดเสียง ทิวทัศน์รอบข้างพลันถดถอยไปเบื้องหลังเหนือนกระแสคลื่น แล้วแปรเปลี่ยนช่องว่างมิติดำมืดนี่มัน… …คุกสิบนิ้ว!บัดซบ!จั่วม่อไม่ทันมีเวลาไ