ัพบัญชาการศึกที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร แน่นอนว่ามีโอกาสสูงยิ่ง ที่คนผู้นี้จะเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกฝ่ายอสูรปิศาจอย่างไรก็ตาม ในความเห็นของกงซุนชา ความแตกต่างในส่วนนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมากนักมันพยายามเสาะหาร่องรอยและเบาะแสในหมากรุกสงคราม มันกระหายใคร่รู้ยิ่ง ว่าแม่ทัพบัญชาการศึกที่แท้จริงฝึกฝีมือกันอย่างไร ระยะหลังมานี้ มันเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการสำรวจที่ยากลำบากนี้ในที่สุดก็มองเห็นเค้าโครงเสียที!ผูเยาซึ่งกำลังสอนวิชาให้จั่วม่อ ทันใดนั้นเงยหน้าขวับ ในดวงตาสีเลือดทอประกายตื่นตะลึงแวบหนึ่งจั่วม่องงงันวูบ เงยหน้าขึ้นมอง แล้วถามว่า “มีเรื่องอันใด?”“อ้อ ไม่มีใด” ผูเยาสีหน้ากลับเป็นปกติ หันกลับมามองจั่วม่อ “สรุปว่าเจ้าสามารถฝึกปรือสังขารปิศาจมหาทิวาไปพร้อมกันได้ แต่เงื่อนไขคือเจ้าจะต้องฝึกปรือศาสตร์อสูรให้ได้ถึงระดับที่ข้าต้องการ”“แล้วเจ้าต้องการถึงระดับใดเล่า?” จั่วม่อถามเสียงอ่อนผูเยาแย้มยิ้มเห็นฟันขาว “ข้าเคยกล่าวแล้ว ครั้งที่ข้ายังอยู่ในตำหนักศาสตร์อสูรเคยมีฉายา”“ฉายา จั่วม่อมึนงง “ฉายาอันใด?”“ผู้คนชมชอบเรียกข้าว่า ‘สารานุกรมศาสตร์อสูรเคลื่อนที่’ ” เสียงแผ่วเบาแว่วออกมาจากใบหน้าที่ถูกปกคลุมอยู่ในเงามืดของผูเยา รอยยิ้มเยาะเย้ยเย็นเยียบเหมือนคมมีด “ในฐานะผู้สืบทอดของข้า เจ้าต้องรักษาประเพณีอันดีงามนี้ไว้”สังหรณ์เลวร้ายผุดขึ้นในใจจั่วม่อทันที“นับตั้งแต่วันนี้ไป จงดื่มด่ ากับทะเลแห่งศาสตร์อสูรเถอะ!”