ายเรียกหาเขา?
หรือว่า…เป็นเพราะเขากลายเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถ?
แววตาซูเฉินปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ
“ตกลง นำทางไปเถอะ!”
ภายใต้การนำทางของหลิวกู่เฉิงและหลิวอวี้หลง ซูเฉินเดินผ่านทางเดินหลายสาย จนกระทั่งมาหยุดหน้าห้องหนังสือแห่งหนึ่ง
นั่นคือ…ห้องหนังสือของหลิวเหวินหยาน!
หลิวเหวินหยาน…กำลังยืนอยู่ในห้อง มองไปยังภาพวาดบนผนังอย่างเงียบงัน
ภาพวาดนั้นเป็นสตรีในอาภรณ์ราชสำนัก งามสง่าและสุภาพอ่อนโยนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ดอกผลิบาน ชุดของนางพลิ้วไหวไปตามสายลม แลดูงดงามประหนึ่งเทพธิดา
หลังจากหลิวกู่เฉิงและหลิวอวี้หลงพาซูเฉินมาส่ง ก็เห็นหลิวเหวินหยานยังคงจ้องภาพนั้นอยู่ จึงไม่กล่าวสิ่งใด เพียงส่งสัญญาณให้ซูเฉินเข้าไป จากนั้นก็ถอยออกไป
ซูเฉินยืนอยู่หน้าประตูห้องหนังสือ จ้องภาพวาดตรงหน้า
หญิงสาวผู้นั้นสงบงามดุจธารใส ความงามลึกล้ำ ใบหน้ามีเค้าคล้ายกับหลิวหันเยียน แต่ดูอาวุโสมากกว่าเล็กน้อย อีกทั้งแฝงไว้ด้วยอารมณ์ที่กล้าแกร่ง ไม่อ่อนแอน่าทะนุถนอมเช่นบุตรสาว
“หรือว่านางคือ…ท่านย่า?”
หัวใจของซูเฉินสั่นสะท้าน
“ใช่แล้ว…นั่นคือย่าของเจ้า…จ้าวหวั่นรั่ว”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หลิวเหวินหยานพลันถอนหายใจ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วเบา คล้ายสัมผัสได้ถึงความสงสัยในใจของซูเฉิน
ยังไม่ทันให้ซูเฉินเอ่ยถาม…ชายชราก็เริ่มเล่าเรื่องราวขึ้นด้วยตัวเอง
“จ้าวหวั่นรั่ว ย่าของเจ้า เป็นหญิงสาวผู้แสนอ่อนโยน…และเป็นสตรีจากตระกูลจ้าวแห่งราชวงศ์ต้าหลิน