“ขอบคุณสำหรับคำชมขอรับ…ท่านผู้อาวุโส”
ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม
“เจ้าสามารถเติบโตมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะโชควาสนาและโอกาส แน่นอนว่าหากปราศจากพรสวรรค์อันหาที่เปรียบมิได้ของเจ้า ก็ยากนักที่จะกลายเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้…ข้าอยากรู้ว่า เจ้ามีแผนอะไรในอนาคต?”
ซีจิ่งหลุนเอ่ยถาม
“ในอนาคตหรือ? แน่นอนว่าข้าจะมุ่งหน้าบ่มเพาะพลังอย่างเต็มที่ เพื่อเปิดโลกที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่าเดิม!”
ซูเฉินยิ้มน้อย ๆ ขณะตอบ
เขาเข้าใจได้ทันทีว่าซีจิ่งหลุนต้องการจะกล่าวถึงสิ่งใด
เป็นไปตามคาดซีจิ่งหลุนเผยรอยยิ้ม แล้วกล่าวว่า
“ซูเฉิน ข้าจะไม่อ้อมค้อมกับเจ้าเบื้องหลังหอการค้าว่านเป่าของเรา ก็คือศาลาหมื่นสมบัติ หนึ่งในเจ็ดสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตะวันออก และข้าเองก็คือหนึ่งในผู้อาวุโสของศาลาหมื่นสมบัติ! เจ้าย่อมเคยได้ยินชื่อสถานศักดิ์สิทธิ์ยุทธ์มาก่อนกระมัง?
เฉพาะเมื่อเข้าสู่สถานศักดิ์สิทธิ์ยุทธ์เท่านั้น เจ้าจึงจะมีโอกาสได้สัมผัสถึงจุดสูงสุดแห่งเส้นทางยุทธ์! ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า การอยู่ในอาณาจักรต้าหลี่อันเล็กเช่นนี้ถือเป็นความน่าเสียดายอย่างที่สุด! ดังนั้น…ข้ายินดีเป็นตัวแทนศาลาหมื่นสมบัติ เสนอให้เจ้ากลายเป็นศิษย์ของเราไม่ทราบว่าเจ้าจะยินดีหรือไม่?”
ซีจิ่งหลุนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการอ้อมค้อมใด ๆ ทั้งสิ้น
สาเหตุที่เขาต้องการพบซูเฉิน ไม่เพียงเพราะต้องการพิสูจน์ฝีมือการหลอมโอส