ักท่านหรือไม่?”เหวยเสิ้งเหลือบตามอง กล่าวอย่างเคร่งขรึม “ศิษย์น้องจั่วมักมีโชควาสนาไม่น้อย ได้รับโชคลาภโดยบังเอิญไม่นับว่าแปลกอันใด”หลินเชียนมองเหวยเสิ้งด้วยสายตาเวทนา ปากกล่าวอย่างเฉยชาว่า “เช่นนั้นหรือ? ข้าผู้นี้เคยอ่านบันทึกประวัติศาสตร์มาบ้าง รู้สึกว่าปีกสีทองบนแผ่นหลังของจั่วม่อคู่นั้น ค่อนข้างสอดคล้องกับคำร่ าลือเกี่ยวกับการแปลงร่างของสังขารปิศาจ”เหวยเสิ้งไม่สะทกสะท้าน “อ้อ เช่นนั้นหรือ? แต่เท่าที่ผู้แซ่เหวยทราบ พลังอภิญญาของนักบวชเซนก็เป็นสิ่งที่คล้ายคลึงกันมาก อาจารย์อาซินหยานเคยมอบเคล็ดวัชระสูตรน้อยให้แก่ศิษย์น้อง ศิษย์น้องเปี่ยมล้นพรสวรรค์ สมควรไม่ห่างไกลจากการก่อเกิดอภิญญานัก”หลินเชียนรั้งสายตากลับมา กล่าวอย่างเยือกเย็น “พี่เหวยไยต้องโต้แย้งกับข้าให้มากความ? ข้ามีผู้คนเฝ้าคลี่กางตาข่ายฟ้ารออยู่ที่อาณาจักรดอกไม้พระพุทธอยู่แล้วมิหนำซ้ าเจ้าสำนักเผยสัตย์ซื่อเที่ยงธรรม ยินดีให้พวกเราตรวจสอบเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ เมื่อถึงเวลา ผลลัพธ์ย่อมทราบกระจ่างเอง”เหวยเสิ้งกำหมัดแน่น ดวงตาทอแววเดือดดาล เหล่าซิวเจ่อรอบกายหลินเชียนตื่นตัวทันที พากันจับจ้องเหวยเสิ้งด้วยเจตนาฆ่าฟันอย่างเปี่ยมล้น“พี่เหวยไม่จำเป็นต้องวิตกไป หากจั่วม่อบรรลุอภิญญาจริง ข้าผู้นี้ย่อมยินดีมากเช่นกัน ต่อให้จั่วม่อถูกอสูรปิศาจข่มขู่คุกคามจริง ข้าก็จะช่วยปกป้องชีวิตมันให้จงได้”หลินเชียนเงยหน้าขึ้นสบตาเหวยเสิ้ง ดวงตาข