ะดับสี่ถูกฝังเข้าประจำที่ในขบวนค่ายกลจนหมด จิงสือทยอยเปล่งแสงเจิดจ้าทีละชิ้นๆ ราวกับดวงดาวลุกวาบขึ้นบนท้องฟ้า ไม่ถึงสิบอึดใจ หนึ่งร้อยยี่สิบสี่ชิ้นจิงสือระดับสี่ล้วนเป็นประกายเจิดจรัส หากมีคนมองลองมาจากฟากฟ้า พวกมันไม่ต่างอันใดกับกลุ่มดาวบนพื้น จิงสือแต่ละชิ้นเริ่มปลดปล่อยลำแสงสายหนึ่ง ไหลผ่านเข้าไปตามลวดลายอักขระยันต์ของขบวนค่ายกลเฝ้ามองอักขระยันต์อันซับซ้อนค่อยๆ ส่องสว่างขึ้นทีละน้อย ทุกผู้คนรู้สึกกระหายใคร่รู้ระคนเหนือจริงอยู่บ้างลวดลายอักขระยันต์ของค่ายกลทั้งขบวนล้วนเปิดใช้งาน พวกมันทั้งแน่นขนัดโอ่อ่าหรูหราและละลานตาถึงที่สุด แสงสว่างทันใดนั้นพวยพุ่งออกจากขบวนอักระยันต์ ล่องลอยขึ้นสู่ฟากฟ้าอย่างแช่มช้า“ทุกคนระมัดระวังให้มาก เราจะไปเดี๋ยวนี้!”จั่วม่อที่ตื่นเต้นฮึกเหิม อดตะโกนเตือนผู้คนไม่ได้วาจายังไม่ทันจะสิ้นสุด ทุกผู้คนภายในค่ายกลก็เลือนหายไป ลำแสงเจิดจรัสและยิ่งใหญ่เปลี่ยนเป็นสะเก็ดแสงนับไม่ถ้วน กระจัดกระจายหายไปดุจหยาดฝนกลางสายลมสักครู่ให้หลัง สองร่างปรากฏกายขึ้นด้านข้างค่ายกล หนึ่งในนั้นเป็นเหยียนหยางผู้เคียดแค้นเหยียนหยางสีหน้าลิงโลดยินดีเป็นพิเศษ เมื่อมันสืบเสาะพบการเดินทางของจั่วม่อ ทราบว่าอีกฝ่ายกำลังมุ่งหน้ามายังค่ายกลเคลื่อนย้ายวารีฟ้า พวกมันรีบล่วงหน้ามาก่อน ลอบเปลี่ยนแปลงแก้ไขค่ายกลส่วนหนึ่งเพื่อวางกับดักจั่วม่อ เห็นเล่ห์ร้ายของมันลุล่วงไปด้วยดี เหยียนหยางระงับความย