กองทัพแรก!” เกาซิ่วกล่าวอย่างยิ้มแย้ม แววลิงโลดวาบผ่านในดวงตา“ประเสริฐ!”“ฮ่าฮ่า เราจะแสดงให้เจ้าพวกค่ายเมฆเหินได้เห็นชัดตา ว่าพวกเราแข็งแกร่งเพียงใด!”บรรดาซิวเจ่อของค่ายกระบี่ไม้ลิงโลดยินดียิ่ง พวกมันล้วนเป็นศิษย์ที่ล้ าเลิศที่สุดของสำนักกระบี่ไม้ ทุ่มเทฝึกฝนมาหลายสิบปี ไยมิใช่เพื่อวันนี้?เกาซิ่วพลันขมวดคิ้ว มันได้ยินเสียงสั่นสะเทือนจากที่ห่างไกล เร่งเข้ามาใกล้พวกมันอย่างรวดเร็วมันทราบดีว่านี่เป็นเสียงอันใด นี่ย่อมเป็นสุ้มเสียงที่เกิดขึ้นในยามที่กองทัพขนาดใหญ่บินผ่าน คนอื่นๆ ก็ถูกเสียงแหวกฝ่าอากาศนี้กระตุ้นเตือน“สารเลวไม่มีตาจากที่ใด กล้าบินข้ามเหนือศีรษะเราหรือ?” บางคนอดก่นด่าไม่ได้ค่ายทัพอันทระนงเช่นค่ายกระบี่ไม้ถือสาผู้คนบินข้ามศีรษะพวกมัน ทุกสำนักล้วนล่วงรู้ เมื่อบินผ่านไปยังค่ายกอื่น จะพยายามหลีกเลี่ยงไปอีกทาง นี่เป็นกฏที่ไม่ได้เขียนประกาศไว้“ค่ายเมฆเหินมาถึงเมืองหมิงสุ่ยแล้วหรือไม่?” เกาซิ่วถามอย่างฉับพลัน“พวกมันมาถึงตั้งแต่สองชั่วยามก่อน” ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้หนึ่งตอบเกาซิ่วสีหน้าพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง ร้องตะโกนสุดเสียง “ศัตรูบุก!”กลุ่มซิวเจ่อสีดำแน่นขนัด ด้วยความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ พลันปรากฏขึ้นในสายตาของทุกผู้คน!ตูม!ปราณกระบี่เหลือคณานับทะลักทลายลงมา ประดุจพายุฝนฟ้าคะนองอันเกรี้ยวกราดราตรีดำทะมึนพลันสว่างเจิดจ้าด้วยแสงปราณกระบี่มากมายสุดประมาณอารามสุริยาไพศาลถูกปรา