ียบร้อย ตั้งค่ายทัพอย่างมั่นคง ส่วนสำนักอื่นๆ กำลังเร่งกะเกณฑ์ซิวเจ่อที่มีความสามารถสู้รบในสังกัดหมายเข้าร่วมงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่หนนี้ร้านน้ าชากับเหลาสุราคลาคล่ าไปด้วยผู้คน กระทั่งเต็มล้นออกมาบนท้องถนนหนทางทันใดนั้น ผู้คนสัญจรพลันได้ยินสุ้มเสียงอันแปลกประหลาด พากันชะงักงัน อดเงยหน้าขึ้นชมดูไม่ได้เห็นเงาร่างมากมายสาดพุ่งผ่านท้องนภา บังเกิดเสียงกรีดฝ่าอากาศไม่สิ้นสุดซี๊ด ทุกผู้คนสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บพลังสภาวะของกองกำลังนี้รุนแรงน่าตระหนก เห็นได้ว่าเป็นกองทัพชั้นยอดหลายคนเริ่มครุ่นคิดว่ากองทัพชั้นยอดของสำนักใดมาถึง งานเลี้ยงยิ่งใหญ่ครั้งนี้ดึงดูดความสนใจจากสำนักนับไม่ถ้วนกลุ่มซิวเจ่อทยอยพุ่งผ่านแผ่นฟ้าไม่ขาดสาย ไม่รอให้พวกมันมีปฏิกิริยาตอบสนอง คนเหล่านั้นก็หายลับไปแต่แรก“เข้มแข็งยิ่ง ไม่ทราบสำนักใดส่งพวกมันมา แต่นี่เป็นกองกำลังอันเกรียงไกรโดยแท้!”“ฮี่ฮี่ พรุ่งนี้คงน่าดูชมยิ่ง!”ผู้คนยิ่งสนทนายิ่งตื่นเต้นคึกคักเกาซิ่วออกจากนิวาสสถานของเจ้าสำนัก กลับมายังอารามสุริยาไพศาล ไพร่พลค่ายกระบี่ไม้ที่มันพบพานระหว่างทางล้วนน้อมคำนับทักทายมัน ทุกผู้คนไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นฮึกเหิมบนใบหน้าของพวกมันได้ พวกมันเร่งรีบมายังเมืองหมิงสุ่ยตั้งแต่ยามบ่าย และตั้งค่ายทัพอยู่ที่อารามสุริยาไพศาลรองผู้บัญชาการของเกาซิ่วนำซิวเจ่อกลุ่มหนึ่งเข้ารับหน้า “ต้าเหริน ท่านเจ้าสำนักมีวาจาใด?”“พรุ่งนี้เราจะลงมือเป็น