งหมิงสุ่ยในระยะใกล้ ริมฝีปากยกยิ้มจางๆ ขุมพลังของเมืองหมิงสุ่ยเห็นได้ชัดว่าไม่เห็นพวกมันอยู่ในสายตาเมืองหมิงสุ่ยแทบไม่มีการระวังป้องกันแม้แต่น้อย ร่มดำเร้นปราณแม้เป็นยุทธภัณฑ์เวทอันร้ายกาจ แต่ยังคงมียุทธภัณฑ์เวทและค่ายกลหลายชนิด ที่สามารถตรวจจับพลังของร่มดำเร้นปราณได้ทว่าพวกมันไม่พบพานสิ่งของเช่นนั้นแม้แต่อย่างเดียวในสายตาของกงซุนชา การป้องกันเมืองอันหละหลวม ช่างเต็มไปด้วยหลุมบ่อและจุดอ่อน จนชักรู้สึกว่าน่าเสียดายที่พวกมันไม่ได้มาเพื่อโจมตีเมือง มิเช่นนั้น… ….ฮี่ฮี่… …ครึ่งชั่วยามให้หลัง ทุกคนฟื้นฟูพลังปราณเสร็จสมบูรณ์ร่มดำซ่อนปราณถูกดึงออกไป ของสิ่งนี้เมื่อเปิดใช้งาน ก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้นี่เป็นจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของมันค่ายจูเชวี่ยเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า ในระดับความสูงราวยี่สิบจั้ง กงซุนชานั่งอยู่บนกระบี่ใหญ่เมฆาเขียว จับจ้องไปยังเมืองหมิงสุ่ย มุมปากยกยิ้ม ดวงตาทอประกายเย็นเยียบ ออกคำสั่งเบาๆ “เริ่มได้!”ปัง!ค่ายจู่เชวี่ยพลันพุ่งทะยานไปในบัดดลดวงไฟบนท้อถนนให้แสงสว่างไสวและอ่อนโยน เมืองหมิงสุ่ยค่ าคืนนี้ลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง ซิวเจ่อจำนวนมากเข้ามารวมตัวกันในเมืองหมิงสุ่ย พวกมันเฝ้ารออรุณรุ่ง พฤติการณ์คราวนี้นับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่สุดของเมืองหมิงสุ่ยไม่มีผู้ใดไม่ตื่นเต้น ยิ่งไม่มีผู้ใดไม่คาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมค่ายกระบี่ไม้และค่ายเมฆเหินเดินทางมาถึงเมืองหมิงสุ่ยเร