อมล้อมด้วยแม่น้ าใหญ่สายหนึ่ง แม่น้ าใหญ่นี้เรียกขานว่าแม่น้ าหมิงสุ่ย อันเป็นที่มาของชื่อเมืองหมิงสุ่ย ในยามวิกาลคล้อยดึก แม่น้ าหมิงสุ่ยเงียบสงัดคล้ายหลับนิทราอย่างสนิท ไม่มีคลื่นลมใดๆ แต่ทันใดนั้น ผิวน้ าพลันกระเพื่อมเป็นระลอก ร่างหนึ่งผุดขึ้นจากแม่น้ าอย่างแช่มช้าคนผู้นั้นกวาดมองรอบด้านครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้ๆ มันก็หยิบฉวยร่มเล็กๆ สีดำออกมาร่มน้อยลอยออกจากมือของมัน แปรเปลี่ยนเป็นม่านไหมสีดำที่คล้ายไม่มีตัวตนล่องลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือแม่น้ าอึดใจถัดมา เงาร่างมากมายทยอยขึ้นจากแม่น้ า ภายในช่วงไม่กี่อึดใจ บริเวณผิวน้ าก็เต็มไปด้วยผู้คน คนเหล่านี้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือแม่น้ าโดยไร้เสียง“ร่มดำเร้นปราณคันนี้ สมกับที่เป็นยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่โดยแท้” เว่ยหยานแหงนหน้าขึ้นมองม่านไหมสีดำที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า เห็นม่านไหมสีดำที่คล้ายไม่มีตัวตนปกคลุมพวกมันเอาไว้ทั้งหมด ซ่อนทุกคนเอาไว้ภายใน ไม่อาจมองเห็นได้จากด้านนอก ร่มดำเร้นปราณเป็นหนึ่งในสินสงครามที่เหล่าป่านริบได้ ความสามารถพื้นฐานไม่เพียงใช้ซ่อนผู้คน ที่สำคัญยิ่งกว่าคือสามารถระงับระลอกพลังงาน ไม่ให้แผ่กระจายออกไปในบริเวณโดยรอบปากแม้ยกย่องชื่นชม แต่มือของมันฉวยจิงสือออกมา เริ่มฟื้นฟูพลังปราณโดยไม่ปล่อยเวลาสูญเปล่าไม่มีผู้ใดกล่าววาจา ทุกผู้คนฟื้นฟูพลังปราณของตนอย่างเงียบๆกงซุนชาไม่จำเป็นต้องฟื้นฟูพลังปราณ มันเพ่งพินิจเมือ