ม่มีปัญญาจ่ายค่าตอบแทนด้วยราคานี้“เจ้าเมืองอีกาทองคำ! เจ้ากล้าสังหารค้างคาวดำของข้า พรุ่งนี้จะได้เห็นดีกัน!”เสียงตวาดอย่างเคียดแค้นของบุรุษผู้หนึ่ง ดังออกมาจากภายในหมู่เมฆห่างไกลจั่วม่อไม่แยแสสนใจ ดวงตาของมันตรึงแน่นอยู่กับนกโง่ ความดุร้ายในดวงตาของนกโง่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว กลับเป็นเย่อหยิ่งเฉยชาอย่างที่นางเคยเป็นในบัดดล หากมิใช่ว่ายังมีรอยเลือดเปื้อนอยู่บนจะงอยปากของนกโง่ จั่วม่อย่อมต้องคิดว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นมันคิดไปเองอย่างแน่นอนมันถลันเข้าไปตรงหน้านกโง่“โอ้ เจ้าดูปกติยิ่ง”นกโง่เหลือกตา ไม่แยแสสนใจมัน นางเชิดศีรษะนกสูงชัน ก้าวเดินด้วยฝีเท้านกจากไปอย่างสง่างาม“นกตัวนี้ดุร้ายถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด?” จั่วม่อลูบคาง กล่าวพึมพำกับตัวเอง ที่จริงมันคิดไล่ตามไปชมดูให้กระจ่างง แต่เมื่อมองไปรอบๆ ค่อยจดจำได้ว่ายังมีภารกิจในการตรึงสายสืบของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ ได้แต่ยืนกินลมชมทิวทัศน์อยู่บนยอดเขาไปก่อนมันสั่นศีรษะ ตัดสินใจละเว้นนกโง่ชั่วคราว นับตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น นางก็ยิ่งไม่ปกติขึ้นทุกวัน“อากุ่ย เจ้าว่าเราจะชนะหรือไม่?”อากุ่ยยังคงนั่งเงียบงันเหมือนหุ่นไม้จั่วม่อก็ไม่สนใจ นั่งลงข้างอากุ่ย มองไปบนท้องฟ้าดำทะมึน จิตใจกลายเป็นเลื่อนลอยอยู่บ้างมันไม่ได้สังเกตเห็นแสงสีม่วงที่อ่อนจางอย่างยิ่ง จนแทบมองไม่เห็น วาบผ่านในดวงตาอากุ่ยอย่างกะทันหัน แล้วหายวับไปโดยไร้ร่องรอยเมืองหมิงสุ่ยห้